เริ่มแล้ว! ‘GI Market 2026’ รวมของดี GI ทั่วไทย บุกเซ็นทรัลปิ่นเกล้า

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดใหญ่ “GI Market 2026” รวมสินค้า GI กว่า 70 ร้าน เสิร์ฟคนกรุง 23–29 มี.ค.นี้ พร้อมผนึก BEDO–ไปรษณีย์ไทย เสริมแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หนุนสินค้า GI ไทยสู่ตลาดสากล

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญาของชุมชน ทำให้มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและเรื่องราวที่แตกต่างจากสินค้าทั่วไป โดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 254 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.15 แสนล้านบาท ทั้งนี้ การส่งเสริมช่องทางการตลาดผ่านการจัดงาน GI Market ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าให้สินค้า GI เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคคนเมืองและตลาดที่มีกำลังซื้อสูง

นางอรมน กล่าวว่า งาน GI Market 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชูแนวคิด “คัดสรรของดีถิ่นไทย มาตรฐาน GI สู่คุณค่าระดับสากล” เพื่อแสดงศักยภาพและตอกย้ำคุณภาพสินค้า GI ไทยในระดับพรีเมียม โดยการจัดงานในปีนี้ กรมฯ ได้รวบรวมสินค้า GI จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศมาจำหน่ายภายในงานกว่า 70 ร้านค้า มีสินค้าที่น่าสนใจและเป็นไฮไลท์ของงาน ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ของดีเมืองสมุทรสาครที่มีเนื้อมะพร้าวเหนียวนุ่ม รสชาติหอมหวานชื่นใจ และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย หอยนางรมสุราษฎร์ธานี ส่งตรงจากอ่าวบ้านดอน ตัวใหญ่เนื้อแน่นขาวนวล รับประทานสดรสชาติดีและไม่มีกลิ่นคาว ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ข้าวเหนียวคุณภาพดี มีความอ่อนนุ่ม กลิ่นหอม และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง กาแฟเทพเสด็จ กาแฟจากแหล่งปลูกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปลูกร่วมกับพันธุ์พืชและดอกไม้ป่านานาชนิด ส่งผลให้กาแฟมีรสชาติกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

นอกจากนี้ ยังมีสินค้า GI อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ศรีสะเกษ) ปลากะพงสามน้ำทะเลสาปสงขลา ปลาทูแม่กลอง (สมุทรสงคราม) ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย หอมแดงศรีสะเกษ ผ้าหม้อห้อมแพร่ ผ้าย้อมครั่งลำปาง ศิลาดลเชียงใหม่ ชามไก่ลำปาง นิลเมืองกาญจน์ เป็นต้น
ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรวบรวมสินค้า GI ไทยคุณภาพจากทั่วประเทศแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง “ลุลา” และ “นิว นภัสสร” ในช่วงสุดสัปดาห์ รวมทั้งโปรโมชั่นพิเศษ ตลอดทั้งงาน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมอุดหนุนสินค้า GI ไทย เปิดประสบการณ์เลือกซื้อของดีมีเรื่องราวที่ส่งตรงจากแหล่งผลิตโดยตรง พร้อมส่งกำลังใจให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาสินค้าชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศความร่วมมือกับ 2 หน่วยงานพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมสินค้า GI อย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยความร่วมมือระหว่างกรมฯ และ BEDO จะมุ่งเน้นประเด็นเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ ในการอนุรักษ์และรักษาวัตถุดิบต้นกำเนิดในการผลิตสินค้า GI การใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน GI ให้มีความเข้มแข็ง สามารถสร้างรายได้และบริหารจัดการสิทธิในสินค้า GI ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันสินค้า GI ให้เติบโตและได้รับการยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติอย่างกว้างขวาง

ขณะที่ไปรษณีย์ไทย จะร่วมสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์ GI ไทย ให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการที่มีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าและได้รับอนุญาตให้ใช้ตรา GI ไทย เพียงแสดงหนังสืออนุญาตใช้ตรา GI ก็สามารถรับบรรจุภัณฑ์ได้ฟรี พร้อมทั้งได้รับสิทธิในการจัดส่งสินค้าในอัตราพิเศษ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และยกระดับมาตรฐานการขนส่งให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มนำร่องส่งเสริมสินค้า GI ในพื้นที่ภาคกลาง (38 สินค้า) เป็นภูมิภาคแรก ผู้สนใจสามารถใช้บริการได้ที่ ที่ทำการไปรษณีย์สาขาที่ร่วมโครงการกว่า 400 แห่งในภาคกลาง ทั้งนี้ กรมฯ และไปรษณีย์ไทยจะขยายความร่วมมือส่งเสริมสินค้า GI ในภูมิภาคอื่นๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ GI ที่มีการทำระบบควบคุมคุณภาพอย่างเข้มแข็ง ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 17,000 ราย และจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่กระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพสูงได้มากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพสินค้า GI ไทยในทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนา การตลาด และโลจิสติกส์ ส่งเสริมให้สินค้า GI ของไทยมีคุณภาพและมีมาตรฐานที่สูงขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ สามารถแข่งขันและสร้างรายได้ที่กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน.







