สตง. ชี้โครงการถังขยะเปียก 76 จ. ยังไม่ถึงเป้า แนะปรับรูปแบบให้ตรงพื้นที่

สตง. เผยผลตรวจสอบโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน พบยังไม่บรรลุเป้าหมาย ทั้งการลดขยะ-สร้างคาร์บอนเครดิต เหตุข้อมูลไม่ครบ ใช้งานไม่ต่อเนื่อง พร้อมเสนอทบทวนรูปแบบ พัฒนาระบบติดตาม และหนุนการมีส่วนร่วมประชาชน เพื่อให้เกิดผลยั่งยืน

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผย ผลการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน โครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จุดมุ่งหมายสำคัญของโครงการ คือการลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในครัวเรือน ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ จากการหมักปุ๋ยใช้เองเพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการจัดการขยะของ อปท. และมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการของเสีย พร้อมสร้างโอกาสในการมีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ  ผลการตรวจสอบทั้ง 76 จังหวัด ปรากฏว่าการดำเนินโครงการยังไม่บรรลุผลตามความมุ่งหวัง ทั้งในด้านการจัดการขยะต้นทางของภาคครัวเรือน การลดปริมาณขยะอินทรีย์เข้าสู่ระบบฝังกลบ และการสร้างมูลค่าจากกลไกคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ

  • การดำเนินงานและการรายงานข้อมูลของ อปท. ไม่เป็นไปตามแนวทางของโครงการ เช่น กลุ่มเป้าหมายบางส่วนไม่มีการใช้งานถังขยะเปียกหรือคัดแยกขยะเปียกอย่างต่อเนื่อง รวมถึง อปท. ไม่สามารถยืนยันข้อมูลการจัดทำ “ครัวเรือนถังขยะเปียก” ได้ครบถ้วน ซึ่งจำนวนครัวเรือนที่มีข้อมูลการจัดทำถังขยะเปียกมีเพียงร้อยละ 17.74 ต่ำกว่าที่รายงานไว้ และขาดเอกสารหลักฐานผลการดำเนิงาน รวมถึงขาดการจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
  • มีการทวนสอบและรับรองการลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการถังขยะเปียก ช่วงปี 2565–2566 รวม 366,394.88 tCO₂eq แม้จะได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตจำนวนมาก แต่การซื้อ–ขายยังมีสัดส่วนต่ำ ในภาพรวม 76 จังหวัด มีการซื้อ–ขายเพียง 3.63% สร้างรายได้ประมาณ 3.07 ล้านบาท ในขณะที่มีการลงทุนในการทวนสอบ จำนวน 5.85 ล้านบาท

ส่งผลกระทบ  1) ไม่สามารถลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องนำไปกำจัด และไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยได้ตามเป้าประสงค์  2) ไม่ก่อให้เกิดพฤติกรรมการคัดแยกที่ยั่งยืน  3) อปท. เสียโอกาสในการมีรายได้จากการซื้อ – ขายคาร์บอนเครดิต 4) ข้อมูลที่ใช้ประกอบการวางนโยบายขาดความน่าเชื่อถือหรือไม่สะท้อนข้อเท็จจริง

ข้อเสนอแนะ  ให้หน่วยงานดังกล่าวมีการทบทวนรูปแบบการดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ร่วมกับการส่งเสริมความรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน พัฒนากลไกการติดตามผลแบบมีส่วนร่วม และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านการจัดเก็บและบันทึกข้อมูล ประกอบกับพิจารณาพัฒนาแพลตฟอร์ม รวมถึงระบบสนับสนุนการซื้อ–ขายคาร์บอนเครดิตจากท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์ข้อมูลคาร์บอนเครดิตในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ

การดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ สตง. จะช่วยให้เกิดรูปแบบการจัดการขยะต้นทางที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่มีระบบติดตามข้อมูลที่ชัดเจน ส่งผลให้สามารถลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดภาระงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password