กนอ. เร่งสปีดความสำเร็จด้วย RAPID Platform ดันอาวุธลับ FTA ปักหมุดไทย ‘ฮับอุตสาหกรรมยั่งยืน’

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “INVESTMENT LOCATION SELECTION AND KEY CONSIDERATIONS” ภายในงานสัมมนา “Thailand-China Investment Forum: Keys to Success & Sustainable Growth for Chinese Enterprises” ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล

นายสุเมธฯ เปิดเผยว่า ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความผันผวน การขยายการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนเป็นสิ่งจำเป็น กนอ.ในฐานะรัฐวิสาหกิจหลักที่มีพันธกิจยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล พร้อมใช้จุดแข็งของประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานชั้นยอด ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และสิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นอาวุธสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน ซึ่งปัจจุบัน FTA ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น ‘ทางรอด’ ของผู้ประกอบการ ไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้วถึง 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ และกำลังจะมีเพิ่มขึ้นในปี 2026 อีก 3 ฉบับ ได้แก่ ไทย-ศรีลังกา (SLTFTA) ไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป (Thai-EFTA) และ ไทย-ภูฏาน (THBTFTA) กนอ.จึงมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin – RoO) ซึ่งเปรียบเสมือน ‘พาสปอร์ตสินค้า’ เพื่อให้นักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างสูงสุด

“ในปี 2569 กนอ.มุ่งขับเคลื่อนด้วย “RAPID Platform” เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกโดย กนอ. มุ่งขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “RAPID Platform” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทย ประกอบด้วย : R – Regulatory Flexibility การเพิ่มความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบและใช้ Regulatory Sandbox เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและรองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ A – Advanced Infrastructure การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่มาตรฐานสากลและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด P – Productivity through Innovation การเพิ่มผลิตภาพด้วยนวัตกรรมและส่งเสริมกลุ่มธุรกิจมูลค่าสูง (High-value Business) I – Integrated Digital Transformation การนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้บริหารจัดการผ่าน Dashboard เพื่อความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ และ D – Driving Growth & Sustainability ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG และเป้าหมายความยั่งยืน (SDGs) นอกจากนี้ ยังพร้อมให้บริการเบ็ดเสร็จ “รวดเร็วกว่า” ผ่านศูนย์ Total Solution Center (TSC) ที่ช่วยลดระยะเวลาการขอใบอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายสุเมธ กล่าว

นายสุเมธฯ กล่าวอีกว่า กนอ. ชูจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วในการอนุมัติอนุญาตผ่านศูนย์ TSC เพื่อให้นักลงทุนเริ่มธุรกิจได้เร็วที่สุด โดยนักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม 82 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ของ กนอ. จะได้รับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าสิทธิประโยชน์ทั่วไป เช่น การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน, การนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและครอบครัวเข้ามาพำนัก, และการโอนเงินตราต่างประเทศ สิทธิประโยชน์ในเขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free Zone) ยกเว้นภาษีนำเข้า/ส่งออก และภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบ

รวมถึงการบริหารจัดการกฎถิ่นกำอย่างเนิดสินค้าเพื่อสิทธิประโยชน์จาก FTA ซึ่งสถิติในปี 2025 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมสูงถึง 1,876,653 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง EV, เซมิคอนดักเตอร์, และดิจิทัล เป็นกลุ่มที่ กนอ. พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกว่า 211,320 ไร่ ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

“กนอ. พร้อมเป็นคู่คิดที่วางใจได้ให้นักลงทุนจากทั่วโลก เรามุ่งมั่นดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งยานยนต์ EV, เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในฐานะจุดเชื่อมโยงสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก” นายสุเมธ กล่าว.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password