ราคาน้ำมันดิบผันผวนสูงจากสถานการณ์ความตึงเครียด ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตะวันออกกลางเดือดกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนโยบายการค้าสหรัฐฯ

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 9 มีนาคม 2569 คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 95-115 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 95-115 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (6 – 12 มี.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวนสูงเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติปัดตกญัตติที่กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสหรัฐฯ สามารถเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารได้โดยไม่ต้องขออนุมัติเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาท่าทีของสหรัฐฯ ต่อการคุ้มกันการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านเข้าควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติติดขัด ขณะที่ อินเดียเริ่มนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียจากเรือที่ลอยลำอยู่ใกล้น่านน้ำอินเดีย เพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หลังศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลคืนเงินภาษีนำเข้าที่จัดเก็บผ่านกฎหมาย IEEPA และตลาดคาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจพิจารณาปรับเพิ่มภาษีนำเข้าในระยะถัดไป 

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

• สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีท่าทีทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากญัตติที่ว่าด้วยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนที่จะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านถูกปัดตกไป ส่งผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอำนาจการสั่งการโจมตีอิหร่านด้วยตนเองในเวลานี้ และทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมจากฝ่ายนิติบัญญัติ

อย่างไรก็ดี ตามกฎหมาย War Powers Resolution ของสหรัฐฯ ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถดำเนินปฏิบัติการทางทหารได้เพียง 60 วัน โดยไม่ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส หากปฏิบัติการยืดเยื้อเกินกว่านั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส หรือไม่ก็ต้องถอนกำลังออกภายในกรอบเวลาที่กำหนด

• ตลาดจับตาท่าทีการดำเนินการของสหรัฐฯ ต่อการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรง ทำให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) เข้าควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อุปทานและการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติต้องหยุดชะงักลง โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า อาจส่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ต้องเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานการเงินการพัฒนาของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (U.S. International Development Finance Corporation) จัดเตรียมการประกันความเสี่ยงทางการเมือง (Political Risk Insurance) และการค้ำประกันทางการเงิน (Financial Guarantees) เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการค้าทางทะเลในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี การขนส่งน้ำมันบริเวณดังกล่าวยังคงมีความเสี่ยงแม้เรือรบคุ้มกันจะสามารถช่วยป้องกันการโจมตีได้ แต่การโจมตีด้วยโดรนอาจมีจำนวนมากเกินกว่าที่สหรัฐฯ จะสามารถรับมือได้

• อินเดียได้เริ่มนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียจากเรือบรรทุกที่ลอยลำอยู่ใกล้น่านน้ำอินเดีย เพื่อชดเชยการขาดแคลนน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความเปราะบางด้านอุปทาน เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันดิบของประเทศรองรับความต้องการได้เพียงราว 25 วัน เท่านั้น

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซียประมาณ 1 ล้านบาร์เรล ได้เทียบท่าที่ท่าเรือ Paradip เพื่อส่งมอบให้กับ Indian Oil Corp (IOC) ขณะที่ IOC ยังมีกำหนดรับมอบน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติมอีก ราว 0.7 ล้านบาร์เรลในระยะถัดไป นอกจากนี้ รายงานจาก Kpler ระบุว่า มีน้ำมันดิบรัสเซียประมาณ 30 ล้านบาร์เรล ลอยลำอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทะเลอาระเบียน และบริเวณช่องแคบสิงคโปร์ ซึ่งตลาดคาดว่าปริมาณดังกล่าวอาจถูกอินเดียหรือจีนเร่งเข้าซื้อได้อย่างรวดเร็ว หากอุปทานจากตะวันออกกลางตึงตัวมากขึ้น

• ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. Court of International Trade) มีคำตัดสินให้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่นำโดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องคืนเงินภาษีนำเข้าที่มีมูลค่าราว 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จัดเก็บผ่านกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) หลังคำพิพากษาของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่ว่าด้วยการจัดเก็บภาษีนำเข้าผ่านกฎหมาย IEEPA เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเกินอำนาจขอบเขตของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ศาลระบุว่าหน่วยงานศุลกากรของสหรัฐฯ จะต้องจัดทำกระบวนการคืนเงิน แต่แนวทางและขั้นตอนการคืนเงินยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวได้

• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดุลการค้า เดือน ม.ค. 69 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.พ. 69 และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.พ. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีน เดือน ก.พ. 69 ดัชนีผู้ผลิต (PPI) ของจีน (ปีต่อปี) เดือน ก.พ. 69 และดุลการค้า เดือน ก.พ. 69

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 ก.พ. – 5 มี.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 7.90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 73.70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 8.56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 79.69 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ทำการเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ทำให้เกิดเหตุระเบิดในหลายพื้นที่รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ตลาดกังวลความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันดิบที่ตึงตัว จากผลกระทบการประกาศควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีของอิหร่าน โดยการขนส่งทางเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ เนื่องจาก อุปทานน้ำดิบมากกว่า 20% ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ สหรัฐฯมีการส่งสัญญาณว่าการปฏิบัติการทางทหารอาจใช้เวลานานถึง 4-5 สัปดาห์ ในขณะที่ ประเทศอิรักซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับ 2 ของกลุ่มโอเปก กล่าวว่า อิรักมีความจำเป็นที่จะต้องลดกำลังการผลิตลงเกือบ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียงราว 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านถังเก็บน้ำมันดิบและการขนส่งทางเรือที่หยุดชะงัก นอกจากนี้ ทางการอิรักได้เสริมว่าการผลิตน้ำมันดิบของประเทศมีแนวโน้มที่อาจจะต้องลดกำลังการผลิตมากถึง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากการปิดเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ในเดือน เม.ย. 69 ที่ระดับ 0.206 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการประชุมที่ในวันที่ 1 มี.ค. 69 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอุปสงค์ในช่วงฤดูร้อนและลดผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password