DITP ชี้ตลาด สเปน ปี 69 เน้น ‘ซื้อน้อย ซื้อบ่อย’ แนะผู้ส่งออกไทยปรับขายสินค้าขนาดเล็ก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยพฤติกรรมผู้บริโภค สเปน เปลี่ยนไปหลังเผชิญแรงกดดันเศรษฐกิจ เน้นใช้จ่ายรอบคอบ ซื้อน้อยแต่ซื้อบ่อย พร้อมให้ความสำคัญกับราคา ความโปร่งใส และบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน แนะผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์ขายสินค้าขนาดเล็ก “พร้อมหยิบ” ตอบโจทย์ร้านใกล้บ้านและร้านสะดวกซื้อ เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดยุโรป

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวพัชรมณฑน์ ตระกูลทิวากร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด สเปน ถึงผลการสำรวจแนวโน้มการบริโภคของชาวสเปนในปี 2569 ที่เน้นการใช้จ่ายรอบคอบมากขึ้นวางแผนซื้อน้อย ซื้อบ่อย ให้ความสำคัญกับคุณค่าและความโปร่งใส และโอกาสในการขายสินค้าไทยเข้าสู่ตลาด เพื่อป้อนความต้องการบริโภคที่เปลี่ยนไปของชาวสเปน

โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า ปัจจุบันผู้บริโภคชาวสเปนจับจ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้นภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและความกังวลเกี่ยวกับอำนาจการซื้อ โดย 53% ระบุว่าตนเองใช้จ่ายอย่างรอบคอบกว่าเดิม ขณะที่ 74% พร้อมเปลี่ยนแบรนด์สินค้าหากพบสินค้าที่มีราคาถูกกว่า และ 71% จะทำเช่นเดียวกัน หากขนาดหรือคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ลดลงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสด้านราคาและการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และมองว่าการทำการลดปริมาณสินค้าโดยไม่แจ้งให้ทราบเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากนี้ ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อสินค้าในปริมาณน้อยลงหรือมองหาทางเลือกที่ประหยัดกว่าเพื่อควบคุมงบประมาณ แต่ความเชื่อมั่นในแบรนด์ยังคงมีบทบาทสูงในหมวดสินค้าที่คุณภาพและความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลัก โดย 77% หลีกเลี่ยงแบรนด์ราคาประหยัดในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเล็ก ขณะเดียวกัน ผู้บริโภค 7 ใน 10 คนยังคงมองหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเติมเต็มด้านอารมณ์ สะท้อนว่าคุณค่าของสินค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการใช้งาน แต่ยังรวมถึงมิติทางอารมณ์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการปรับประสบการณ์การซื้อให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดย 25% ของผู้บริโภคเคยใช้เครื่องมือช่วยซื้อสินค้าที่อาศัย AI และอีก 31% มีแผนจะใช้ในอนาคต

ขณะเดียวกัน ยังพบว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคของผู้บริโภคชาวสเปนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากรูปแบบการซื้อครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวต่อเดือน สู่การเข้าร้านค้าบ่อยขึ้นแต่ซื้อสินค้าในตะกร้าขนาดเล็กลง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากทั้งความกังวลด้านเศรษฐกิจและการปรับลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายภายในครัวเรือน ส่งผลให้ร้านใกล้บ้าน หรือร้านสะดวกซื้อที่เข้าถึงได้ง่ายมีการเติบโตมากขึ้น
นางสาวสุนันทากล่าวว่า จากแนวโน้มผู้บริโภคชาวสเปนที่ปรับพฤติกรรมไปสู่การ “ซื้อน้อย ซื้อบ่อย” และมีความอ่อนไหวต่อราคาและความโปร่งใส ทำให้การกำหนดขนาดบรรจุภัณฑ์เป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญ อาทิ ในการตอบสนองกลุ่มเป้าหมายร้านค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ผู้ประกอบการควรพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กหรือขนาดพอเหมาะเพื่อให้สินค้าอยู่ในรูปแบบ “พร้อมหยิบใส่ตะกร้า” ตอบโจทย์ปริมาณการใช้ของครัวเรือนขนาดเล็ก ช่วยให้สามารถตัดสินใจซื้อได้ง่าย และแข่งขันได้ ในสภาพแวดล้อมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคาและความคุ้มค่ามากขึ้น และแนวทางดังกล่าวจะช่วยตอบโจทย์การควบคุมงบประมาณของผู้บริโภคลดการสูญเสียอาหาร และสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อที่มีความถี่สูงแต่มีตะกร้าสินค้าขนาดเล็ก
นอกจากนี้ การยกระดับธุรกิจด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือข้อมูล จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการ นำไปสู่ความแม่นยำในการผลิตสินค้า กระจายสินค้า ตลอดจนการพัฒนากลยุทธ์การตลาด การจัดโปรโมชันลดราคา เพื่อดึงดูดผู้บริโภคในแต่ละฤดูกาลได้ด้วย ผู้ประกอบการไทยจึงต้องทำความรู้จักตลาดอย่างถ่องแท้ ศึกษากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย พฤติกรรมการจับจ่ายของแต่ละกลุ่มเพื่อเข้าใจลูกค้าของตน ยิ่งไปกว่านั้นผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารปริมาณสุทธิ ราคา และข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการรับรู้เชิงลบจากแนวปฏิบัติแบบลดขนาดสินค้า ซึ่งผู้บริโภคชาวสเปนส่วนใหญ่มองว่าไม่เป็นธรรม และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว
สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายผ่านช่องทางค้าส่งแบบ B2B เช่น Costco España ควรเน้นบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่หรือแบบแพกหลายชิ้น โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปอย่างเคร่งครัด และติดฉลากการคัดแยกและการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคปลายทาง โดยภายใต้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปที่มุ่งลดการใช้พลาสติกและของเสียจากบรรจุภัณฑ์ ผู้ประกอบการไทยควรปรับกลยุทธ์โดยเลือกใช้วัสดุที่รีไซเคิลและย่อยสลายได้ หรือผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน ควบคู่กับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีขนาดเหมาะสม ลดการใช้วัสดุเกินความจำเป็น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของสินค้า การสื่อสารจุดขายด้านความยั่งยืนอย่างชัดเจนจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทย และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดสเปนและสหภาพยุโรป
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 หรือ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP.






