ร่วมพลิกฟื้นธุรกิจอสังหาฯ

(บสย. จับมือเสนาฯ เปิดทาง SMEs ซื้ออาคารพาณิชย์ – หนุน ‘อาชีพอิสระ’ ลุยสู้! เศรษฐกิจยุคดิจิทัล)
“ดร.สิทธิกร” ยกทีม บสย. หารือร่วม กลุ่มเสนาดีเวลลอปเม้นท์ เดินหน้าหนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อซื้ออาคารพาณิชย์ ผ่านกลไกค้ำประกันสินเชื่อ เพิ่มโอกาสอนุมัติจากสถาบันการเงิน พร้อมต่อยอดความร่วมมือสู่ธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ “เงินสดใจดี” และพลังงานโซลาร์ในเครือเสนาฯ

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นายวุฒิพันธุ์ ปริดิพันธ์ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ และ ทีมงาน ร่วมหารือกับ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ตลอดจนความร่วมมือในด้านอื่นๆ ณ บสย. สำนักงานใหญ่ อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569
ดร.สิทธิกร กล่าวว่า จากการหารือร่วมกัน มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่ออาคารพาณิชย์ สำหรับใช้เป็นสถานประกอบการ ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงิน ในการปล่อยสินเชื่อ เพิ่มโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ให้กับ SMEs ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ อาทิ YouTuber, สถาปนิก, วิศวกร, ผู้ค้าขายออนไลน์, ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือพ่อค้า แม่ค้า ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังได้หารือความร่วมมือ การค้ำประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจอื่นๆ ในเครือเสนาฯ นอกเหนือจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ ภายใต้แบรนด์ “เงินสดใจดี” ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อ ช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของเสนาฯ ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบัน บสย. สามารถค้ำประกันสินเชื่อไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อประเภท Non-Bank ที่ไม่ใช่บริษัทลูกของสถาบันการเงิน ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” จากการแก้ประกาศกระทรวงการคลังเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในเครือเสนาฯ ยังมีธุรกิจพลังงานโซลาร์ ที่ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อธุรกิจและที่พักอาศัย ซึ่งปัจจุบัน บสย. มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อ ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ตามนโยบายรัฐบาล

“การร่วมหารือในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาคอสังหาริมทรัพย์กับกลไกการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. เพื่อเพิ่มโอกาส SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อ สู่การพลิกฟื้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว” ดร.สิทธิกร ระบุ
ในมุม “ยุทธศาสตร์” ความร่วมมือระหว่าง บสย. และ กลุ่มเสนาดีเวลลอปเม้นท์ ในครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มใหม่ของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่เริ่ม “ปรับยุทธศาสตร์” จากการพึ่งพาตลาดที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิม ไปสู่การจับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และอาชีพอิสระ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
โดยเฉพาะ…กลุ่มผู้ประกอบการออนไลน์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และธุรกิจบริการขนาดเล็ก ที่ต้องการพื้นที่เชิงพาณิชย์สำหรับใช้เป็นฐานธุรกิจ แต่ยังประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ การนำกลไกค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. เข้ามาเชื่อมกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชน ถือเป็นการลดความเสี่ยงให้กับธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านหลักประกันหรือประวัติสินเชื่อ
แนวทางนี้ น่าจะมีส่วนสำคัญต่อการจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในตลาดอาคารพาณิชย์ที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกับสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงระหว่างภาคการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และผู้ประกอบการรายย่อยได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน การต่อยอดความร่วมมือไปยังธุรกิจนาโนไฟแนนซ์และพลังงานโซลาร์ในเครือเสนาฯ ยังสะท้อนแนวคิดการพัฒนา “แพลตฟอร์มธุรกิจครบวงจร” ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขายอสังหาริมทรัพย์ แต่รวมถึงบริการทางการเงินและพลังงานสะอาด ซึ่งอาจกลายเป็น “โมเดลธุรกิจใหม่” ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยในอนาคต เพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจและสร้างรายได้ระยะยาวในหลายมิติพร้อมกัน
จึงนับเป็นอีกหนึ่ง “บทบาทเชิงกลยุทธ์” ที่สำคัญของ บสย. ยุคนี้ ที่พร้อมจะสร้างหลักประกันการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจ SMEs ในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล โดยเฉพาะกับผู้ประกอบกลุ่มอาชีพอิสระ อย่าง YouTuber, สถาปนิก, วิศวกร, ผู้ค้าขายออนไลน์, ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือพ่อค้า แม่ค้า ฯลฯ






