สนค.เผยเงินเฟ้อ ก.พ.69 ลดลง 0.88%

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลงร้อยละ 0.88 จากราคาพลังงานและอาหารบางรายการปรับตัวลดลง พร้อมจับตาความขัดแย้งตะวันออกกลางที่อาจดันต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อในระยะต่อไป

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 99.67 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.55 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.88 (YoY) โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ซึ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมกราคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ของไทยลดลงร้อยละ 0.66 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 5 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดใน กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว)
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.88 (YoY) ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 1.59 (YoY) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม ลิปสติก แชมพู กระดาษชำระ โฟมล้างหน้า แป้งผัดหน้า) สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยารีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน) ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษ) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ และรถจักรยานยนต์

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 0.26 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) น้ำดื่มบริสุทธิ์ เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน ปลาทูนึ่ง) ข้าวสารเจ้า ผักสด (พริกสด มะเขือ มะละกอดิบ ผักชี ผักคะน้า ใบกะเพรา) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ผลไม้สด (ทุเรียน กล้วยน้ำว้า แตงโม ฝรั่ง มะพร้าวอ่อน องุ่น ชมพู่) เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ กระเทียม และหัวหอมแดง โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 0.56 (YoY) ชะลอตัวลงจากเดือนมกราคม 2569 ที่สูงขึ้นร้อยละ 0.60 (YoY)

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569 ลดลงร้อยละ 0.24 (MoM) ตามการลดลงของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.73 (MoM) จากสินค้าสำคัญที่ราคาปรับลดลง โดยเฉพาะผักสด (พริกสด ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ) เนื้อสุกร และไข่ไก่ เนื่องจากปริมาณผลผลิตในตลาดมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงอาหารโทรสั่ง (Delivery) น้ำมันพืช ซอสหอยนางรม และข้าวสารเหนียว เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน องุ่น แก้วมังกร) ข้าวสารเจ้า กาแฟผงสำเร็จรูป และไก่ย่าง ขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.08 (MoM) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว โฟมล้างหน้า แชมพู น้ำยาระงับกลิ่นกาย น้ำยาบ้วนปาก) และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า น้ำยาถูพื้น) เนื่องจากสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ราคาปรับลดลง อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารเครื่องบิน (ต่างประเทศ) และของใช้ส่วนบุคคลบางชนิด (ลิปสติก สบู่ถูตัว ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (คลีนซิ่ง))

อย่างไรก็ตาม สนค.ประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ – อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ (1) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น (2) ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อนหน้า

(3) ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และ (4) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ (1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม – เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย (2) การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และ (3) ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า

อย่างไรก้อตาม แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาควบคุมพลังงานและดูแลในด้านต่างๆ แต่คงต้องติดตามว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะจบเร็วหรือมีโอกาสหลากยาว หากจบเร็วก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่ออัตราเงินเฟ้อของไทยมากนัก แต่ทั้งนี้ สนค.ขอติดตามและดูความแย้งในตะวันออกกลางก่อน ซึ่งแน่นอนแม้ภาครัฐจะดูแลพลังงาน แต่ก็เชื่อว่าต้นทุนอื่นที่ตะกระทบตามมาจากเหตุการณ์ คือ ค่าพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าบริการต่างๆรวมถึงค่าบริการรถยนต์สาธารณะ และอาหารสำเร็จรูปต่างๆมีโอกาสปรับราคาขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง แต่ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ก็จะดูแลไม่ให้ราคาสินค้าปรับราคาสูงขึ้นเกินจริง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการครองชีพของประชาชนมากจนเกินไป.






