เปิดสูตรฟาร์มต้นแบบ ‘วันกุ้งไทย’ ครั้งที่ 35 ชู 5 กลยุทธ์เลี้ยงกุ้งยั่งยืน

เจ้าของฟาร์มต้นแบบ–ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรม เผยเคล็ดลับโฟกัส “อัตรารอด–คุมต้นทุน–มาตรฐานโลก” พลิกความเสี่ยงโรคและตลาด สร้างกำไรอย่างยั่งยืนในยุคท้าทาย

ปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งได้ปีละ 2.5 แสนตันต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาหลายปี โดยเกษตรกรยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากโรค เช่น หัวเหลือง ตัวแดงดวงขาว EMS EHP และขี้ขาว ขณะที่ระบบป้องกันโรคทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

ในงานวันกุ้งไทย ครั้งที่ 35 “คุณภาพกุ้งไทย เลี้ยงด้วยใจ มาตรฐานระดับโลก” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี “นายเอกพจน์ ยอดพินิจ” นายกสมาคมกุ้งไทย ในฐานะผู้ก่อตั้งยอดพินิจฟาร์ม กล่าวบรรยายหัวข้อ ฟาร์มเลี้ยงต้นแบบสู่ความสำเร็จ เริ่มต้นนำ ทำกำไร โดยเล่าประสบการณ์จากโมเดลยอดพินิจฟาร์ม ซึ่งโฟกัส ที่อัตราการรอด ไม่ใช่ราคา เน้นบริหารสิ่งที่ควบคุมได้ คือ อัตรารอด สายพันธุ์ (CPF) คุณภาพอาหาร การหมุนเวียนและออกซิเจน ระบบไบโอซีเคียวริตี้ การจัดการฟาร์ม การบริหารความเสี่ยง การตรวจโรคและการติดเชื้อ ส่วนราคากุ้งตลาดโลก และสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

ยอดพินิจฟาร์มใช้ 5 กลยุทธ์ในการดูแลฟาร์ม คือ ความเร็วคือความปลอดภัย ความสะอาดเอาชนะทุกโรค ฤดูกาลที่เหมาะสม การหมุนเวียนน้ำและออกซิเจน และยกระดับตัวเองให้เป็นผู้ประกอบการ”

ยกตัวอย่างการ บริหารความเสี่ยงโดยใช้ลูกกุ้ง SuperPL รอบการเลี้ยงสั้น อัตรารอดสูง ความหนาแน่นพอดี เลี้ยงนานก็เสี่ยงนาน ลดเวลาเลี้ยงลงเท่ากับลดความเสี่ยง ต้นปี 120,000 ตัว/ไร่ ปลายปี 100,000 ปี/ตัว/ไร่ ไซส์ 26-24 ตัว/กก. ประหยัดค่าไฟไปถึง 1-2 เดือน

สิ่งสำคัญคือการดูแลความสะอาดของบ่อ จนสามารถเอาชนะทุกโรค โดยย้ำกว่าบ่อเก่าไม่ใช่ปัญหาถ้ามีความพร้อม และทำตามไบโอซีเคียวเช็คลิสต์ให้ครบ

สำหรับสภาพอากาศนั้น แม้ว่าเราไม่สามารถควบคุมสภาพภูมิอากาศได้ แต่เราคำนึงถึงฤดูกาลที่เหมาะสม รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด ฤดูกาลผลิตสภาพอากาศดีความเสี่ยงต่ำ ก.พ. – พ.ย. ส่วนเดือน ม.ค.-ธ.ค. หยุดเลี้ยง  และกุ้งที่ฟาร์มต้องไปถึงโรงงานให้เร็วที่สุด ยกระดับตัวเองให้เป็นผู้ประกอบการ มาตรฐานฟาร์มทำให้ขายกุ้งง่ายเพราะ ASC ( Aquaculture Stewardship Council (ASC) ASC เป็นมาตรฐานสาหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ของสหภาพยุโรป)

การทำมาตรฐานฟาร์มทำให้ฟาร์มมีความสะอาดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต้องปลอดสารตกค้าง โลว์คาร์บอน ตลาดภายในประเทศจะเติบโตขึ้นมากถ้าทำให้กุ้งสดถึงมือครัวเรือนในบ้าน ทุกเทศกาลกินเจจะปลูกผักบุ้งปลอดสารในฟาร์มได้ถึง 7 ตันปลูกมาเกือบ 10 ปี

ด้านนายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจร เขตประเทศไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ“ทีเด็ด ก้าวข้ามวิกฤต พิชิตการเลี้ยง สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน” โดยชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทาย แต่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการจัดการที่มีประสิทธิภาพ การดูแลจัดการต้นทุนการผลิต และการรักษาคุณภาพสินค้าได้สูงเป็นไปตามมาตรฐาน

 “กลยุทธ์สำคัญในการเลี้ยงเพื่อเผชิญกับความท้าทาย คือ 3 สูง –1 ต่ำ – 0 (3-1-0) โดย 3 สูง ประกอบด้วย อัตรารอดสูง ผลผลิตสูง โตเร็ว ส่วน 1 ต่ำ หมายถึง ต้นทุนค่าอาหารและค่าลูกกุ้งต่ำ และ 0 หมายถึง ความเสียหายเป็นศูนย์ ไม่มีเลย เพราะความเสียหายมาก ยิ่งทำให้เกิดต้นทุนแฝงสูง ตามไปด้วย เช่น ถ้าการเลี้ยงเสียหาย 10% ต้นทุนแฝง 5 บาท แต่ถ้าความเสียหาย 50% ต้นทุนแฝงจะกระโดดไปเป็น 40 บาท”

 เช่นเดียวกับ อัตรารอดที่หายไปจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น เช่น อัตรารอดลดลง 20% ทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น 10–12 บาท/กก. ต้นทุนลูกกุ้งเพิ่มขึ้น 20% และหากกุ้งไซส์ใหญ่ช่วยลดต้นทุนลูกกุ้งได้ถึง 50% การที่เลี้ยงกุ้งโตเร็วขึ้น 10 วัน ลดต้นทุนได้ 10 บาท/กก.

ความสามารถในการทำกำไร มาจากการเลี้ยงที่ให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี กุ้งสุขภาพแข็งแรง ปลอดสารตกค้าง การจัดการที่ดี บ่อสะอาด เช่น ดูดตะกอน ควบคุมคุณภาพน้ำ และการให้อาหารที่เหมาะสม ต้นทุนต่ำ อัตรารอดสูง โตเร็ว ซึ่งต้องปรับมุมมองว่าการเพิ่มผลผลิตให้สูงไม่ใช่การปล่อยกุ้งแน่น ต้องปล่อยตามความเหมาะสมตามความสามารถในการรองรับผลผลิต ทำให้เกิดสภาพการเลี้ยงที่ดีผลผลิตก็จะดีมีคุณภาพ”.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password