‘ไทยออยล์’ คาดราคาน้ำมันดิบ WTI สัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 62-72 USD ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตึงเครียดมากขึ้น ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงไม่มีข้อสรุป

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI)ในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 62-72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 67-77 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (20 – 26 ก.พ. 69)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากตลาดยังเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอล ขณะที่อิหร่านซ้อมรบต่อเนื่องในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ด้านสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงไร้ข้อสรุปหลังการเจรจาที่กรุงเจนีวาล้มเหลวเพราะปัญหาดินแดน Donetsk อย่างไรก็ตาม เวเนซุเอลามีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตอีก 0.3–0.4 ล้านบาร์เรลต่อวันใน ปี 2569 จากการเปิดให้ต่างชาติเข้าลงทุน


ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้


• ตลาดจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีความตึงเครียดมากขึ้นหลังกองทัพสหรัฐฯส่งเครื่องบินรบมากมายเข้าประจำการในฐานทัพที่ตะวันออกกลาง ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. 69 โดยล่าสุด มีการส่งเครื่องบิน KC-46 และ KC-135, เครื่องบินขนส่งทหารและยุทโธปกรณ์หนัก C-130J, และโดรนลาดตระเวน RQ-4 Global Hawk เนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump เริ่มหมดความอดทนกับสถานการณ์เจรจาที่ไม่คืบหน้า ขณะเดียวกันอิหร่านดำเนินการซ้อมรบทางเรือในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 69 และปฏิบัติการซ้อมรบไตรภาคีร่วมกับรัสเซียและจีนเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 ที่ผ่านมาในบริเวณอ่าวโอมานและมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและความมั่นคงทางทะเลร่วมกัน

ทั้งนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump ส่งสัญญาณเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 ว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์กับอิหร่านภายใน 10-15 วัน อาจมีการโจมตีอิหร่าน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก

• สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในยุโรปตะวันออกยังคงไม่มีท่าทีสงบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 การเจรจาข้อตกลงยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง สิ้นสุดลงโดยไร้ข้อสรุป หลังหารือกัน 2 ชั่วโมง โดยประธานาธิบดียูเครน นาย Volodymyr Zelenskiy กล่าวว่ารัสเซียมีเจตนาถ่วงเวลาในการบรรลุข้อตกลง เนื่องจากติดประเด็นสำคัญเรื่องดินแดนระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยรัสเซียเรียกร้องให้ยูเครนยกดินแดน ของภูมิภาค Donetsk ทั้งหมดให้ แต่ยูเครนปฏิเสธ ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการให้บรรลุข้อตกลงโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม จะมีการเจรจารอบต่อไป แต่ยังคงไม่เปิดเผยรายละเอียด

• อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ นาย Chris Wright คาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาภายในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3-0.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันที่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังจากสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตให้บริษัทต่างๆ เข้ามาลงทุนการขุดเจาะน้ำมันดิบในเวเนซุเอลา เช่น บริษัท Chevron ที่มีแผนลงทุนมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ก.พ. 69 ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน ม.ค. 69 ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ เดือน ก.พ. 69 ตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้าง เดือน พ.ย. 69 ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ เดือน ธ.ค. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศ เดือน ม.ค. 69 และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ม.ค. 69

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (13-19 ก.พ. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 0.08 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 63.95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 69.17 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความตึงเครียดมากขึ้น โดยสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบและกองเรือพิฆาตมาประจำการใกล้อิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงนิวเคลียร์ แม้ว่าการหารือระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีโอมานเป็นคนกลาง สามารถตกลงกันในแนวทางเบื้องต้นสำหรับการเจรจานิวเคลียร์ต่อไป

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump ขู่จะส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 โจมตีอิหร่านหากการเจรจาล้มเหลว ขณะเดียวกันประมุขสูงสุดของอิหร่าน นาย Ayatollah Ali Khamenei ตอบโต้ด้วยการสั่งปิดพื้นที่บางส่วนของช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าเป็นมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัยในระหว่างที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ปฏิบัติการซ้อมรบในบริเวณดังกล่าว ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 13 ก.พ. 69 ปรับลดลง 9.0 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 419.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับกับนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password