เสถียรภาพ!!!

(‘3 แกนหลัก’ ฝ่ายตรวจสอบอำนาจรัฐ จำต้องค้าน…ฐานแตก! เมื่อไร้การรวมศูนย์? ย่อมเข้าทาง ‘รัฐบาลอนุทิน 2’)
300 : 200 เสียง! ดูเหมือนภาพของ “ฝ่ายค้าน” แกร่งมากพอจะเขย่าฐานรัฐบาลได้ แต่เหตุความไม่ลงรอยเชิงยุทธศาสตร์ และความไม่ไว้วางใจกันเอง อาจทำให้พลังตรวจสอบ “ลดทอน” ตั้งแต่วันแรกของการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา และอาจกลายเป็น “แต้มต่อ” เชิงเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ ไปโดยปริยาย
หากกระแสข่าวที่ สำนักข่าวใหญ่บางค่าย? จุดประเด็นขึ้นมา…เป็นความจริง! ปม “ปิดดีล…ตั้งรัฐบาลอนุทิน 2”
ฝั่งรัฐบาลจะมีฐานเสียง สส. 300 มือ คอยยกสนับสนุนงานในสภาผู้แทนราษฎร ปล่อยให้ฝ่ายค้าน 200 เสียง ทำงานกันไป แบบ…ไร้เอกภาพ!!??
เพราะ แกนนำของ 2 พรรคสำคัญ อย่าง…พรรคประชาชน (118 เสียง) และ พรรคประชาธิปัตย์ (22 เสียง) เคยประกาศชัด! ขอไม่รวมงานกับ พรรคกล้าธรรม (58 เสียง)
คนระดับนี้พูด! คงไม่เฉพาะการร่วมงานในฐานะ…พรรคร่วมรัฐบาล หากยังหมายรวมถึงความเป็น “พรรค(ไม่)ร่วมฝ่ายค้าน” ด้วยหรือไม่???
แม้ตัวเลขของฝ่ายค้านที่มีมากถึง 200 เสียงในสภา (3 พรรค + บางส่วนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ) จะไม่ได้น้อย แต่โจทย์ที่ใหญ่กว่าตัวเลข ก็คือ “200 เสียงนั้นรวมศูนย์ได้หรือไม่???”
นั่นเพราะ…ฝ่ายค้านรอบนี้ ไม่ได้เกิดจากการ “จับมือ” เชิงอุดมการณ์ หากเกิดจากการ “จำต้องค้าน” หลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่…ลงตัวแล้ว โดยไร้พวกเขาเข้าร่วม!!!
องค์ประกอบของฝ่ายค้าน ตามสมมติฐานข่าว แม้จะมี “พลังทางสัญลักษณ์” แต่ก็มีรอยร้าวเชิงโครงสร้างตั้งแต่ต้น ด้วยเหตุคำประกาศข้างต้น ไม่ขอทำงานร่วมกัน นั่นเอง
คำถามที่มีตามมา จึงไม่ใช่แค่จะร่วมฝ่ายค้านได้หรือไม่? แต่จะยอมรับกันในฐานะ “แกนร่วม” ได้หรือเปล่า? มากกว่า…
ฝ่ายค้านที่เกิดจากความจำเป็น ไม่ได้เกิดจากการ “ออกแบบ” ยุทธศาสตร์ร่วมกัน ย่อมเริ่มต้น…ด้วยความระแวง!!??
การกำหนดท่าทีที่ฝ่ายค้านจะพึงมีต่อรัฐบาล จึงดูเป็นความเสี่ยง…ที่จะกลายเป็นการแข่งขันกันเอง ที่ว่า…
ใครจะค้านแรงกว่า?
ใครจะครองพื้นที่ข่าวได้มากกว่า?
และ ใครจะยึดภาพ “ฝ่ายค้านตัวจริง” ได้เหนือกว่าพรรคอื่น?
และเมื่อ…ไร้“ศูนย์บัญชาการ” ทางการเมืองเดียวกัน การจัดจังหวะเกมสภา ไม่ว่าจะเป็น…การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ การคว่ำร่างกฎหมาย หรือการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบ ก็จะขาด “พลังรวมศูนย์” ในทันทีเช่นกัน!!!
ในทางกลับกัน “รัฐบาลอนุทิน 2” ตามโครงสร้างที่มี 300 เสียง ไม่เพียงมีตัวเลข “เกินพอ” สำหรับผ่านกฎหมายสำคัญ แต่ยังสามารถควบคุมวาระสภาได้อย่างมีเสถียรภาพ
การ “ดึง” รัฐมนตรีคนนอก…เข้ามาหลายตำแหน่ง ยิ่งสะท้อนความพยายามสร้างภาพ “รัฐบาลมืออาชีพ” มากกว่า…รัฐบาลดีลการเมือง
เมื่อ ฝ่ายค้านยัง “จัดทัพ” ไม่ลงตัว ต่างคนต่างทำ…ต่างแยกซีนกันเอง ย่อมทำให้…รัฐบาล ได้ครองพื้นที่ข่าวและการเล่าเรื่อง ที่ว่า…
“ประเทศต้องเดินหน้า” ไม่ควรนำพา “ประเทศไปสู่ความขัดแย้ง”
ประเด็นที่เข้าทางรัฐบาลมากที่สุด! ก็คือ…ภาวะ “ฐานแตก” ของฝ่ายค้าน แต่ไม่ใช่ในความหมาย ที่ว่า…สส.จะโหวตสวนกันทันที!
แต่ในความหมายของฐานเสียง และฐานอุดมการณ์ที่ไม่ทับซ้อนกัน กล่าวคือ…
พรรคประชาชน…ต้องรักษาฐานคนรุ่นใหม่และการเมืองเชิงโครงสร้าง
พรรคประชาธิปัตย์…ต้องฟื้นภาพพรรคอนุรักษนิยมสายกลางที่มีวินัย
ส่วน พรรคกล้าธรรมอาจต้องรักษาพื้นที่ต่อรองทางการเมืองของตนเอง
เมื่อเป้าหมายไม่ตรงกัน ย่อมยากที่พรรคฝ่ายค้าน…จะเดินเกมจังหวะเดียวกัน!!!
สถานการณ์เช่นนี้ อาจทำให้ฝ่ายค้าน…กลายเป็น “ฝ่ายค้านเสียงดัง แต่ไร้ทิศทาง” นั่นคือ…มีจำนวน สส.มากพอจะสร้างแรงสั่นสะเทือนในบางจังหวะ แต่ไม่สามารถ “ปิดเกม” หรือ “กำหนด” ยุทธศาสตร์ระยะยาวได้
ขณะที่ รัฐบาล “ถือไพ่” เสถียรภาพและการบริหารในมือ โดยหากไม่มีเหตุใหญ่ร้ายแรงให้ต้องสะดุดแล้วล่ะก็ จำนวน 300 เสียง จะกลายเป็น “กำแพง” ที่ฝ่ายค้านเจาะได้ยาก
อย่างไรก็ตาม “แต้มต่อ” ของ “รัฐบาลอนุทิน 2” (หากจัดตั้งขึ้นมาได้) ไม่ใช่หลักประกันถาวร หากฝ่ายค้าน 3 ขั้วสามารถค้นพบ “ศัตรูร่วม” ที่ชัดเจน!!! เช่น…
ประเด็นงบประมาณที่กระทบวินัยการคลัง นโยบายพลังงานที่สร้างข้อครหา หรือ “ดีลการเมือง” ที่สังคมไทยตั้งคำถาม และอีกหลายเรื่องของปมทุจริตคอร์รัปชั่น (ถ้ามี)
ความแตกต่างเชิงอุดมการณ์ ก็อาจจะถูกพักไว้ชั่วคราว แล้วฝ่ายค้าน…จะหันหน้ามารวมพลัง 200 เสียง สร้างเครื่องมือกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลอย่างจริงจัง!!!
โจทย์จึงไม่ใช่ว่า…ฝ่ายค้านอ่อนแอหรือไม่? แต่คือ…ฝ่ายค้านจะยอมปล่อยให้ความไม่ลงรอยเดิม มาครอบงำเกมใหม่ในทางการเมืองหรือไม่?
หากยังคงเล่นการเมืองกับแบบ…ต่างคนต่างค้าน! “รัฐบาลอนุทิน 2” จะได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่…ต้นวาระ ทันที!
แต่หาก…ฝ่ายค้านสามารถสร้าง “ศูนย์กลางยุทธศาสตร์” ขึ้นมาได้ ตัวเลข 200 ก็ยังเป็นพลังที่อาจ “เปลี่ยนสมดุลการเมือง” ได้อย่างไม่ต้องสงสัย? เช่นกัน!
เกมรอบนี้…จึงไม่ใช่แค่ 300 ต่อ 200 หากคือ… “เสถียรภาพที่รวมศูนย์แล้ว” ปะทะกับ “การคัดค้านที่ยังแยกศูนย์”
และ ตราบใดที่ฝ่ายค้านยัง “จำต้องค้าน” มากกว่า “ออกแบบการค้าน” ทุกเกมการเมือง…ย่อม “เข้าทาง” รัฐบาลไปโดยปริยาย นั่นเอง!!!.






