กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดัน IP เป็นแต้มต่อชาติ ยกระดับไทยสู้การค้าโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชู 4 เสาหลักห่วงโซ่มูลค่า IP ดันนวัตกรรม–GI–IP Financing สร้างแต้มต่อการแข่งขัน ย้ำเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ต้องเติบโตบนฐานองค์ความรู้และสินทรัพย์ไร้ตัวตนอย่างยั่งยืน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการค้าสินค้า ไปสู่การแข่งขันบนฐานขององค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน หรือทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศที่สามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วงชิงความได้เปรียบเชิงเศรษฐกิจได้มากกว่าประเทศที่ไม่ให้น้ำหนักในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งหากไทยต้องการก้าวข้ามความท้าทายในยุคที่โลกแข่งขันกันสูง จำเป็นที่จะต้องยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาสู่การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจรมุ่งเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และเพิ่มแต้มต่อทางการแข่งขันในเวทีโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 เสาหลัก ของห่วงโซ่มูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ (1) การส่งเสริมการสร้างสรรค์ (2) การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (3) กาใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ และ (4) การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มแข็ง สนับสนุนองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักวิจัย ผ่านศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) และศูนย์สนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TISC) ในสถาบันการศึกษาซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยี เข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตรและต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมผลักดันนวัตกรรมและผลงานสร้างสรรค์เข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งพัฒนาระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีความสะดวกและรวดเร็ว มีความทันสมัยมากขึ้นให้ได้คุณภาพมาตรฐานสากล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจสอบคำขอ พร้อมส่งเสริมการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่า เพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์และบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ ผ่านการผลักดันการอนุญาตใช้สิทธิ การร่วมลงทุน การแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Financing)รวมถึงการพัฒนาแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการจับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญากับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในและต่างประเทศผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุน และเจ้าของสิทธิ รวมถึงส่งเสริมการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างอัตลักษณ์สินค้า และยกระดับรายได้ของชุมชนเพื่อเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานสำคัญ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรมผลักดันนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายและขยายความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password