‘ธนกร’ ลุยปัตตานี ปั้น ‘ลูกหยียะรัง’ ผลิตภัณฑ์ของดีชุมชน รุกตลาดออนไลน์-ต่างประเทศ


นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่โรงเรียนประตูโพธิ์วิทยา ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและการแปรรูปสินค้าเกษตร อาทิ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลูกหยีแม่เลื่อน, อดุลลูกหยี, ลูกหยีวีรชาติ และลูกหยีวีรวงค์ พร้อมรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการโดยตรง วางแนวทางยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายสมพงค์ เพ็งระวะ อุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี และนางสาววรรณี พุฒแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11
ให้การต้อนรับ

นายธนกร กล่าวว่า ได้รับทราบถึงความพยายามของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาคุณภาพสินค้า การยกระดับมาตรฐานการผลิต ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) มาตรฐาน อย. และมาตรฐานฮาลาล เพื่อยืนยันถึงคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย การันตีด้วยรางวัล OTOP 5 ดาว ในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ลูกหยีที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ “ลูกหยียะรัง” เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีเมืองปัตตานี และได้ขึ้นทะเบียน GI โดดเด่นเรื่องคุณภาพระดับพรีเมี่ยม สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวปัตตานี สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ

“รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพราะความเข้มแข็งของประเทศต้องเริ่มจากฐานราก ซึ่งลูกหยีปัตตานี เป็นผลไม้ป่าอัตลักษณ์ของภาคใต้ มีรสเปรี้ยวอมฝาด นิยมนำมาแปรรูปเป็นลูกหยีกวน ลูกหยีฉาบ จุดเด่น คือ มีรสจัดและหอมเฉพาะตัว ทั้งนี้ กระทรวงฯ พร้อมจะเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนามาตรฐานสินค้าและกระบวนการผลิต การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งการให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ การตลาด และการสร้างแบรนด์ ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง ขายได้ทั้งในตลาดออฟไลน์/ออนไลน์ และตลาดต่างประเทศ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์รากฐานทางวัฒนธรรมไว้อย่างภาคภูมิใจ” นายธนกร กล่าว
สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลูกหยีในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เช่น “กลุ่มอดุลลูกหยี” ได้รับรางวัล OTOP 5 ดาว มีกำลังการผลิต 900 กิโลกรัมต่อเดือน สร้างรายได้ 200,000 บาทต่อเดือน ส่วน “วีรวงค์ 3” ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตและสร้างรายได้หลักในพื้นที่ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 8,000 กิโลกรัมต่อเดือน และสร้างรายได้กว่า 510,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ “วีรชาติ” ยกระดับกระบวนการผลิตด้วยกำลังการผลิตรวม 8,000 – 9,000 กิโลกรัมต่อเดือน สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 330,000 บาทต่อเดือน สะท้อนถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมฐานรากที่พร้อมเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน.






