ห่วง! ‘ดับ’ กลางทาง???

(ตัวเลขจีดีพีปี’68 โต 2.4% ดีเกินคาด? แต่ด่านหิน…เป้า 3% พลัส! ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ ต้องฝาพายุการเมือง? เร่งจัดทำ ‘งบปี 70’ – คุม ‘วินัยการคลัง’)

สภาพัฒน์ชี้! เศรษฐกิจไตรมาส 4/68 โต 2.5% “ดีจนน่าแปลกใจ” ดันทั้งปีโต 2.4% จากแรงส่งบริโภค–ลงทุน ขณะ “เอกนิติ” ปักธงปี 69 ลุ้น “3% พลัส” ชู! ดันการลงทุนรวมพุ่ง 8% และเตรียมปลดล็อก BOI Fast Pass ด้าน “หอการค้า” รับเป็นสัญญาณบวก หนุนรัฐเดินหน้านโยบายต่อ ย้ำ! ต้องบริหารงบ-ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พ่วงดึงเอกชนคุยร่วม ครม.รายสัปดาห์ เผย! โจทย์ใหญ่ยามนี้ คือ “ตั้งรัฐบาลเร็ว – เข็นงบปี’70” หากการเมืองยื้อ หรือโยงคดีเลือกตั้ง…เศรษฐกิจย่อมเสี่ยงจะสะดุด…เครื่องยนต์ทุกตัว อาจดับระหว่างทางในทันที!!!
นาทีนี้ ข่าวร้อนๆ ในทางการเมือง ว่าด้วยปม…“หลักการเลือกตั้งโดยลับ” ตามรัฐธรรมนูญ กลายเป็นประเด็นหลักสำคัญ? ที่ไม่เฉพาะแต่ฝ่ายการเมือง เท่านั้น ที่เกิดอาการหวั่นวิตกสุดๆ
แม้แต่ ภาคเอกชน และในสายต่อของต่างประเทศ เอง ก็กังวลใจในเรื่องนี้…ไม่ต่างกันนัก!!!
เพราะหาก “ลากยาว” ไปถึงขั้น…ส่งเรื่องไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการเลือกตั้ง “ลับหรือไม่ลับ!” กระทั่ง อาจเสี่ยงต่อการจะมีคำสั่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่แล้วล่ะก็…
เรือหาย! กันทั้งแผ่นดินแน่ๆ!!??
แผนการจะพลิกฟื้นและกระตุ้นเศรษฐกิจของ “รัฐบาลอนุทิน 2” สะเทือนอย่างไม่ต้องสงสัย???
แต่ว่าเรื่องนี้…ยังอีกไกล และที่ใกล้ว่านั้น ก็น่าจะเป็นคำแถลงของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ “สภาพัฒน์” นำโดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการฯ ที่เพิ่งนำแถลงเมื่อช่วงสายวันนี้ (16 กุมภาพันธ์)
กับตัวเลขจีดีพีที่ออกมาเกินคาด สอดรับกับกระแสข่าว 3 เดือนเศษของ “รัฐบาลอนุทิน 1” ได้อย่างเหมาะเหม็งเลยทีเดียว
เลขาธิการสภาพัฒน์ ยอมรับตรงไปตรงมาว่า…เศรษฐกิจไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัว 2.5% “ถือว่าปรับตัวขึ้นมาได้ดีมาก” และถึงขั้น “แปลกใจ” เพราะโตเกินคาดพอสมควร
จุดนี้สำคัญ! เพราะเมื่อ “คนทำประมาณการ” ยังประเมินต่ำกว่าผลจริง??? นั่นก็แปลว่า…ระบบเศรษฐกิจเมื่อช่วงปลายปี 2568 ต้องมีแรงขับบางส่วนที่ “กลับมาเร็วกว่าที่คิด” ไม่ว่าจะเป็น…แรงส่งจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน
โดยเฉพาะ กิจกรรมก่อสร้างต่อเนื่อง รวมถึง การเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจที่ใส่เงินเข้าระบบระดับราว 9.2 หมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ อย่าง “คนละครึ่งพลัส” ก็ช่วยทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายคึกขึ้น จนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.3% จากที่ก่อนหน้านั้นอยู่ราว 2.5%
กลายเป็นภาพที่ “เครื่องยนต์ 2 ตัว” คือ บริโภคกับลงทุน ทำงานพร้อมกัน…ในไตรมาสสุดท้ายปี 2568
แต่ในประโยคเดียวกัน สภาพัฒน์…ก็ได้ส่งสัญญาณเตือนเชิงนโยบาย อย่างแน่หนัก! โดยเฉพาะเรื่อง “คนละครึ่งเฟสใหม่” ที่ นายดนุชา ระบุว่า…
มาตรการลักษณะนี้ ควรทำเมื่อการบริโภคลดลงมาก และต้องดู “ตัวชี้วัด” ประกอบให้รอบด้าน
รวมถึง ขนาดโครงการ ก็ต้องขึ้นกับงบประมาณและจังหวะที่เหมาะสม!!??
นี่คือ…การ “ตีกรอบ” ที่ว่า…“กระตุ้นได้ แต่ต้องรู้เวลา–รู้ขนาด” มิฉะนั้น สิ่งที่ได้วันนี้…อาจกลายเป็นแรงกดดันทางการคลังในวันหน้า และกลายเป็นช่องให้ “คนภายนอก” ย้อนกลับมาใช้คำว่า…“ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” ในความหมายใหม่ว่า…
ไทยฟื้นด้วย “ยาฉุกเฉิน” มากกว่า…จะฟื้นด้วย “กล้ามเนื้อ” ที่แท้จริง!!!
ฝั่งรัฐบาล ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เลือกทำให้ข่าวดีที่ว่านี้ “ดังแรงขึ้น!” ด้วยการนัดแถลงด่วนและสื่อสารด้วยภาษา “ภาพจำ” ที่ว่า…เศรษฐกิจไทย ได้ “ก้าวพ้นหลุมดำ” เหมือน “ผู้ป่วยออกจากห้อง ICU แล้ว”
และโจทย์ต่อไป ก็คือ…การทำกายภาพให้กลับมาแข็งแรง! เพื่อ “วิ่งแข่งขันได้เต็มศักยภาพ”
พร้อมประกาศเป้าหมายในปี 2569 ว่า…รัฐบาลจะผลักดันให้จีดีพีไทย โดยในมิติ “3% พลัส” อ้างอิง “แรงส่ง” จากปลายปีก่อน ที่การลงทุนรวมขยายตัวราว 8% (โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้าย)
ก่อนจะชี้ว่า…ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และผู้ลงทุน ดีขึ้น “ทุกตัว” รวมถึงตลาดหุ้นที่ช่วยทำให้เม็ดเงินกระจายไปในภูมิภาค
ดร.เอกนิติ ย้ำอีกว่า…การฟื้นตัวนี้ ไม่ใช่ผลจากการกู้เพิ่ม หรือขยายเพดานขาดดุล แต่เป็น…การบริหารงบเดิมให้ “เต็มประสิทธิภาพและตรงจุด!”
พร้อมกันนั้น รัฐบาลพร้อมจะ “วางหมาก” ต่อด้วยการ “ปลดล็อก” อุปสรรคการลงทุนผ่านแนวทาง BOI Fast Pass และการแก้กฎหมาย ร่วมกับฝ่ายของ รองนายกฯบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เพื่อเร่งให้เงินลงทุนลงสู่เศรษฐกิจจริง
อย่างไรก็ตาม “ภาษาหมอ” แบบ ICU ก็มีอีกด้านที่ต้องอ่านให้ขาด? นั่นเพราะ…คนไข้ที่เพิ่งออกจากห้อง ICU ยังมีโอกาสที่จะ “กลับเข้าไปใหม่ได้” ถ้าดูแลผิดวิธี!!!
ดังนั้น สิ่งที่ “รัฐบาลอนุทิน” จะต้องเร่งพิสูจน์? ไม่ใช่แค่ “เรารู้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้น” แต่ต้องพิสูจน์ว่า…รัฐบาลรู้ดีว่า “เศรษฐกิจดีขึ้นเพราะอะไร?” และจะรักษาแรงส่งนั้นอย่างไร? โดยไม่ทำลายวินัยการคลัง???
ซึ่งเรื่องนี้ ดร.เอกนิติ เอง ได้พยายาม “ล็อกความเชื่อมั่น” ด้วยการย้ำถึงเรื่อง…การรักษาวินัยการเงินการคลัง และเครดิตเรตติ้ง ที่ยังถูกมองว่า…“มีเสถียรภาพ”
เพื่อ สื่อสารไปยังทุกฝ่าย ทั้งในและนอกประเทศ ให้ได้รับรู้ทั่วกันว่า…รัฐบาลไทยไม่ได้จะ “เร่งเครื่อง!” ด้วยการ…เหยียบหนี้จนสุดคัดเร่งอย่างแน่นอน!!??
ด้าน ภาคเอกชนไทย, ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทย ยอมรับว่า…ตัวเลข GDP ในไตรมาส 4/2568 ที่เติบโตระดับ 2.5% และเฉลี่ยทั้งปีที่ระดับ 2.4% นั้น ถือเป็น “สัญญาณบวก” ที่ชัดเจนและควรถูก “ต่อยอดอย่างเป็นระบบ”
พร้อมกันนี้ ตัวแทนภาคเอกชน ยังได้เสนอให้รัฐบาล เปิดการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ร่วมกับเอกชน อย่าง… “สม่ำเสมอทุกสัปดาห์” เพื่อติดตาม “ตัวชี้วัดและเร่งการตัดสินใจ” ให้เท่าทันสถานการณ์โลกที่ผันผวน
รวมถึง เร่งวางโจทย์ยุทธศาสตร์ที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพการคลัง ควบคู่การกระตุ้น การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง การยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของ SME/ส่งออก
รวมถึง การสร้างความเชื่อมั่นผ่าน “ความชัดเจนเชิงนโยบาย” หลังจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย
ทั้งหมดนี้ คือ…มุมมองที่สะท้อนท่าทีเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม!!!
ภาคเอกชนไทยเอง ก็พร้อมจะสนับสนุนรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่อยากเห็น ภาครัฐนำพาเศรษฐกิจไปในลักษณะของการ “เล่นเกม” แบบ “หยุด – เร่ง – หยุด!”
ด้วยเหตุผลสำคัญ นั่นคือ…ความไม่แน่นอน ล้วนเป็น “ต้นทุนที่แท้จริง” ของภาคเอกชนไทย
เมื่อ รวม 3 เสียง “สภาพัฒน์ – กระทรวงการคลัง – หอการค้าไทย” เข้าด้วยกัน จึงทำให้มองเห็น “ภาพใหญ่” ได้ค่อนข้างจะชัดเจนว่า…
“ตัวเลขจีดีพีที่ดีเกินคาด” อาจเป็นเพียงแค่ “จุดเริ่ม” ยังไม่ใช่ “เส้นชัย” และสิ่งที่ทั้ง 3 ฝ่ายพูดสอดกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็คือ “ความต่อเนื่อง!!!”
ซึ่งใน บริบทของประเทศไทย…ความต่อเนื่องไม่ได้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ…การเมืองและงบประมาณโดยตรง!
นายดนุชา พูดชัดว่า…รัฐบาลใหม่ จะต้องเร่งทำงบปี 2570 ให้เร็วที่สุด! หากตั้งรัฐบาลได้ภายในมีนาคมหรือช้าไม่เกินต้นเมษายน ความล่าช้าจะน้อย แต่หากยื้อ เกมงบจะยื้อ และเงินลงทุนใหม่จะชะงักทันที!!!
ที่สำคัญ เลขาธิการสภาพัฒน์ ยังได้ชี้ว่า…ประเด็นฟ้องร้อง กกต. และความเสี่ยงที่ถูกโยงไปถึง “โมฆะ” แม้ยังไม่ชัด? แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง “ทุกอย่างชะลอตัว!!!”
นี่คือ “คำเตือน” เชิงเศรษฐกิจที่หนักพอๆ กับคำเตือนเชิงการเมือง!!!
นั่นเพราะ…นักลงทุนไม่ได้รอผลคำตัดสินสุดท้าย! แต่พวกเขา…ตั้งตารอ “ความชัดเจน” ในทางการเมือง เสียมากกว่า!!??
ดังนั้น 4 ปีของ “รัฐบาลอนุทิน 2” หากจัดขึ้นมาได้จริง! ก็จะถูกตัดสินด้วยปัญหาใหญ่ “2 ด่าน”
ด่านแรก คือ…“ตั้งรัฐบาลเร็ว – เข็นงบปี’70” ออกมาได้เร็ว! เพื่อไม่ให้ “แรงส่ง” จากการลงทุนสะดุดลง และเพื่อไม่ให้มาตรการกระตุ้น กลายเป็น “ไฟไหม้” ในเชิงความเชื่อมั่น
และ ด่านที่ 2 คือ…“พิสูจน์ 3% พลัส ด้วยการลงทุนคุณภาพ” ไม่ใช่…การอัดเม็ดเงินระยะสั้น
เพราะถ้าทำสำเร็จ! ประเทสไทย…จะได้เริ่มลบภาพ “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” ด้วยข้อเท็จจริงใหม่ ที่ว่า…ไทยไม่ใช่คนป่วยที่ต้องพึ่งยา แต่เป็นคนที่ฟื้นด้วยระบบและวินัย
ในทางตรงกันข้าม! หากพลาด โดยเฉพาะถ้าการเมืองยืดยื้อ จนการจัดทำงบประมาณปี 2570 เกิดอาการชะงัก!
ข่าวดีในวันนี้…ก็จะกลายเป็นเพียง “สัญญาณหลอก” และคำว่า “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” ตามความเข้าใจของผู้คนในเวทีโลก จะถูกดึงกลับ! มาเขียนแปะไว้ตรงกลางหน้าผากของประเทศไทยในทันที
สรุปให้กระชับที่สุด! ก็คือ จีดีพีของไทยที่เติบโตในระดับ 2.4% ในปี 2568 ช่วย “เปิดเกม” ให้รัฐบาลได้รับ “เครดิตตั้งต้น” แต่เครดิตนี้…ย่อมมีวันหมดอายุและหมดได้เร็วมาก ดังนั้น การจะ “ต่ออายุ” ได้ ก็ทำได้ด้วย…
ความเร็วในการตั้งรัฐบาล ความเร็วในการทำงบปี 70 และความจริงจังในการรักษาวินัยการคลัง
ควบคู่กับ การ “ปลดล็อก” การลงทุนผ่าน BOI”
หากทำ “3% พลัส” ได้ เช่นที่ ดร.เอกนิติ ในฐานะ “ตัวแทนรัฐบาลอนุทิน” ที่แอบคาดหวังจะได้เห็น สิ่งนี้…ก็อาจเป็นมากกว่า…สโลแกน
แต่หากทำไม่ได้! เศรษฐกิจไทย…จะกลับไป “ติดหล่ม!” กันใหม่ แต่รอบนี้ จะไม่ใช่เพราะ…ไทยไร้ศักยภาพ แต่เป็นเพราะ…การเมืองลากให้ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ทุกตัวของประเทศ…ดับลง! ระหว่างทางนั่นเอง!!!.






