Secret Ballot

(‘การออกเสียงโดยลับ’ : เส้นแบ่งความชอบธรรมที่การเมืองไทยเลี่ยงไม่ได้!!!)
ปม “บาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง! ไม่ใช่แค่…ข้อถกเถียงทางเทคนิค หากแต่คือคำถามตัวโตๆ ต่อ “หลักการเลือกตั้งโดยลับ” ตามรัฐธรรมนูญ แม้ กกต. ยืนยันหนักแน่นว่า…ได้วางโครงสร้างที่ปลอดภัย ทว่านักวิชาการและฝ่ายค้าน กลับเห็นต่าง พร้อมกับชี้ไปในทิศทางเดียวกัน! “ระบบที่เปิดช่องให้สืบย้อนภายหลังได้ ย่อมสั่นคลอนความชอบธรรมทันที!” ดังนี้ เกมนี้…จึงไม่ใช่แค่เรื่องระเบียบ แต่จะเป็น…มาตรฐานประชาธิปไตยของทั้งประเทศ!!??
การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ ตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ นั่นคือ “การออกเสียงโดยลับ” หรือ secret ballot!
เพราะ ความลับของคะแนนเสียง…ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมในคูหา แต่มันคือ “เกราะ” ป้องกันการคุกคาม การซื้อเสียง และการบีบบังคับทางการเมือง!!??
หากประชาชนไม่มั่นใจว่า…คะแนนของตนจะไม่มีวันถูกเชื่อมโยงกลับมาถึงตัวเอง “เสรีภาพในการเลือกตั้ง” ก็ย่อมถูกตั้งคำถามทันที???
กรณี “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง…ได้กลายเป็นชนวนที่ลึกกว่าที่คิด! เมื่อ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันหนักแน่นว่า…
บาร์โค้ดถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของบัตร ไม่ได้กระทบหลักการลงคะแนนโดยลับ และแม้จะมีเจ้าหน้าที่บางรายถูกตั้งข้อสังเกต ก็เป็น “ความผิดรายบุคคล” ไม่ใช่ความบกพร่องของโครงสร้าง
กระบวนการทั้งระบบยังเดินไปตามหลักเสรีและเป็นธรรม!!??
คำอธิบายของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ตั้งอยู่บนตรรกะสำคัญว่า…ความลับ หมายถึงช่วงเวลาที่ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” กากบาทในคูหาโดยไม่มีใครเห็น และการเก็บรักษาบัตรกับต้นขั้วแยกกันตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เพียงพอแล้วในการป้องกันการล่วงรู้ภายหลัง
แต่อีกฝั่งที่วิพากษ์วิจารณ์…กลับตั้งคำถามในระดับโครงสร้างมากกว่าเชิงขั้นตอน โดยเฉพาะ คำถามที่ทั้งแรงและตรง! จาก ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้ชี้ให้เห็น…ข้อกำหนดในระเบียบเลือกตั้งบางข้อ ที่ระบุถึงการจัดเก็บต้นขั้วบัตรและบัตรเลือกตั้งในขั้นตอนยุบรวม
สิ่งนี้…อาจทำให้การแยกเก็บ ไม่เป็นไปอย่างที่สาธารณชนเข้าใจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า…
หากบัตรและต้นขั้วสามารถถูกนำมาวิเคราะห์เชื่อมโยงได้ภายหลัง หลักการเลือกตั้งโดยลับ! ตามรัฐธรรมนูญย่อมถูกกระทบไปด้วย!!!
อาจารย์ปริญญา ย้ำว่า…“กกต.จะอ้างแค่ว่า…ตอนกาไม่มีใครเห็นก็ฟังไม่ได้แล้ว เพราะแม้ตอนกาจะไม่มีคนเห็น แต่คนอื่นอาจรู้ได้ในภายหลัง”
นี่คือ…การตีความคำว่า “ลับ” ในมิติที่กว้างกว่าขั้นตอนเฉพาะหน้า
หากระบบเปิดช่องทางเชิงเทคนิคให้สืบย้อนกลับได้ แม้ในทางทฤษฎี ก็ถือว่า…ไม่สอดคล้องกับหลักการ secret ballot อย่างแท้จริง…ไปแล้ว!
ด้าน รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ย้ำถึง “หลักการสากล” ที่ว่า…การลงคะแนนต้องเป็นความลับโดยไม่อาจล่วงละเมิดได้ หากหลักการนี้ถูกทำให้คลุมเครือ ไม่ว่าด้วยวิธีใด การเลือกตั้งนั้นย่อมขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรมและความชอบธรรมในสายตาประชาชนทันที
ขณะเดียวกัน ฝ่ายการเมืองบางส่วน เช่น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามตรงไปยัง กกต. ว่า…หน้าที่ของ “ผู้ออกแบบระบบ” ไม่ใช่เพียงชี้แจงว่ามีขั้นตอนควบคุม แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่า “ต่อให้มีใครพยายามทุจริต ก็ไม่สามารถเชื่อมโยงคะแนนกับตัวบุคคลได้”
นี่คือ…ความแตกต่างระหว่าง “ระบบที่ยืนอยู่บนความไว้ใจ” กับ “ระบบที่ยืนอยู่บนการป้องกันเชิงโครงสร้าง”???
สาระสำคัญของการถกเถียงครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่อง…บาร์โค้ดดีหรือไม่ดี? หากแต่คือ…คำถามที่ใหญ่กว่านั้นมาก ทำนอง…ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถสแกน วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลได้รวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที การออกแบบกระบวนการเลือกตั้งต้องเผื่อความเสี่ยงขั้นสูงสุด
คงไม่ใช่เพียงคาดหวังว่า…ผู้ปฏิบัติหน้าที่จะสุจริต
ดังนั้น มาตรฐานประชาธิปไตยไทยควรอยู่ระดับใด???
ในทางกฎหมาย การจะวินิจฉัยว่า…การเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่? จำต้องอาศัยข้อเท็จจริงและกระบวนการไต่สวนที่ชัดเจน ฉะนั้น ณ เวลานี้…ยังไม่อาจด่วนสรุปถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะเข้าสู่ขั้น “โมฆะ” หรือไม่???
แต่ในทางการเมือง ความเชื่อมั่น…ปัญหาข้างต้น ล้วนเป็น “ต้นทุน” ที่เปราะบางที่สุด! หากประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า…คะแนนเสียงของตน…อาจถูกล่วงรู้โดยใครหน้าไหนก็ตามที
ความชอบธรรมของ “ผู้ได้รับอำนาจ” (ว่าที่รัฐบาลใหม่) ย่อมถูกตั้งคำถาม! แม้ยังไม่มีคำพิพากษาใด ๆ ก็ตาม
นี่จึงเป็น “บททดสอบสำคัญ” ของ กกต. ที่จะต้องเร่งพิสูจน์ทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และไม่ใช่เพียงการปกป้องตนเองจากข้อกล่าวหา
ทว่า…จะต้องเร่ง “ยกระดับ” ความโปร่งใสเชิงโครงสร้าง พร้อมเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคให้ตรวจสอบได้ และพร้อมปรับปรุงหากพบช่องโหว่
นั่นเพราะ…ในระบอบประชาธิปไตย ความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงประชาชน จะต้องอยู่เหนือความสะดวกของระบบใด ๆ ทั้งสิ้น!!??
ถึงบรรทัดนี้ กับ…ข้อถกเถียงเรื่อง secret ballot มันคงไม่ใช่ “ศึก” ระหว่าง…ฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง?
หากแต่เป็นคำถามถึงคนไทยทุกคนว่า…เราจะยอมรับมาตรฐานแบบใด? ให้กับการเลือกตั้งของประเทศ
ระบบที่ “บอกให้เชื่อ” หรือระบบที่ “พิสูจน์ได้ว่า…ไม่มีวันล่วงรู้ได้”
เพราะ…ผลกระทบที่จะมีตามมาในวันข้างหน้า จะไม่ได้ตกอยู่แค่กับ…นักการเมือง หรือ กกต. หากแต่มันจะไหลไปตกกับ…ความชอบธรรมของรัฐบาล เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ!!!
ประชาธิปไตย…ไม่ได้พังเพราะความเห็นต่าง? หากพังเพราะ…เราไม่กล้าตั้งคำถามต่อมาตรฐานของตัวเอง!
ปม “บาร์โค้ด” ครั้งนี้ จึงอาจเป็นโอกาสให้สังคมไทย ได้กลับมาทบทวนกันใหม่ ว่า…“ความลับของบัตรเลือกตั้ง” คือ “หัวใจ” ที่ต้องปกป้องให้เด็ดขาด!!!
ไม่ใช่เพียงขั้นตอนหนึ่งในระเบียบ แต่มันคือ…หลักประกันศักดิ์ศรีของเสียงประชาชนคนไทยทุกคน!!??.






