ยุทธศาสตร์…ธนารักษ์!!??

(กรมธนารักษ์ เดินเกมใหญ่ปี’69 ชูกลยุทธ์ VALUE เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินรัฐ หนุนเศรษฐกิจชุมชนยั่งยืน)
อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดวิสัยทัศน์ “สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร” เดินหน้าขับเคลื่อนทรัพย์สินของแผ่นดินผ่านยุทธศาสตร์ VALUE ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 1.19 หมื่นล้านบาท คาดจัดเก็บเกินเป้าไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมเร่งเปิดประมูลที่ราชพัสดุแปลงศักยภาพสูง–แก้ปัญหาที่ดินทำกินผ่านโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ ควบคู่ปรับราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ปี 2570 ให้สอดคล้องตลาด และใช้พิพิธบางลำพูเป็น “ต้นแบบ” Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เผย! นำร่องสร้าง “คำขวัญ” ให้ส่วนราชการไทย

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พิพิธบางลำพู กรุงเทพฯ, นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวเกี่ยวกับ การดำเนินงานตามภารกิจของกรมธนารักษ์เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ภายหลังเข้ารับตำแหน่งฯในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยย้ำว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 ซึ่ง กรมธนารักษ์ได้ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “การเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สิน ของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน” ซึ่งใช้นโนบาย “สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร” โดยดำเนินงานผ่าน ยุทธศาสตร์ “VALUE” เพื่อให้เกิดการนำทรัพย์สินของแผ่นดินที่กรมธนารักษ์รับผิดชอบทั้งที่ราชพัสดุและเหรียญกษาปณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมธนารักษ์ได้ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้จากที่ราชพัสดุและเหรียญกษาปณ์ จำนวน 11,900 ล้านบาท มีผลการจัดเก็บรายได้ ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ประมาณ 8,229 ล้านบาท โดยภายใน 30 กันยายน 2569 กรมธนารักษ์คาดว่าจะจัดเก็บ ได้สูงกว่าเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 20%

ดังนั้น กรมฯจึงเร่งผลักดันให้มีการเปิดประมูลที่ดินต่าง ๆ ขณะเดียวกันได้ให้ ธนารักษ์พื้นที่เร่งดำเนินการต่อสัญญาต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เนื่องจากสัญญาจะมีการต่อทุก 3 ปี โดยจะดำเนินการเปิดประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงสำคัญ อาทิ แปลงที่โรงพยาบาลของโรงยาสูบเก่า การประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุ “บ้านพายัพ” เขตพระนคร การเปิดประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน (ที่ดินติดกับไอคอนสยาม) แปลงสนามกอล์ฟบางพระพร้อมโรงแรมและเนื้อที่จำนวน 633 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา แปลงที่ดินอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จำนวนประมาณ 40 ไร่
นอกจากนี้ ในส่วนของ มิติเชิงสังคม กรมฯได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาขน ผ่านโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ราชพัสดุโดยมิชอบที่ไม่ได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์และครอบครองอยู่ก่อนวันที่ 4 ตุลาคม 2546 ด้วยการรับรองสิทธิการครอบครองการจัดให้เช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและประกอบการเกษตร โดยใน ปี 2569 กรมฯได้ดำเนินโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้กับประชาชนมีเป้าหมายจัดทำแผนที่และจัดให้เช่า จำนวน 5,000 ราย และจะดำเนินกิจกรรมมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับประชาชนในเบื้องต้น จำนวน 6 พื้นที่ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป

สำหรับในส่วนของ ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ที่จะเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2570 คาดว่า ราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพและปริมณฑล จะปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว โดยกรมธนารักษ์เตรียมประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่รอบปี พ.ศ. 2570–2573 จำนวนไม่น้อยกว่า 37 ล้านแปลง ในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
โดย ราคาประเมินที่จะประกาศใช้ใหม่จะมีความสอดคล้องทั้งเชิงพื้นที่และราคาตลาดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการสำรวจสภาพพื้นที่และใช้ข้อมูลราคาตลาดที่อยู่ในช่วงเวลาปัจจุบัน และย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี โดยพิจารณาจาก ข้อมูลราคาตลาด ได้แก่ ข้อมูลราคาซื้อขายจดทะเบียน ข้อมูลเสนอขาย ข้อมูลค่าเช่า ตลอดจนสภาพการพัฒนาของที่ดินในแต่ละพื้นที่แต่ละถนน เช่น ถนนตัดใหม่ การก่อสร้างรถไฟฟ้า การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ตลอดจน การพัฒนาเมือง หรือการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ของโครงการต่าง ๆ

“การประเมินราคาที่ดินเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้มีการปรับปรุงราคาประเมินทุกๆ 4 ปี ขณะนี้ กระบวนการจัดทำราคาประเมินในระดับจังหวัดผ่านคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินประจำจังหวัด ซึ่งมีความคืบหน้าไปกว่า 90% และกำลังส่งข้อมูลให้ส่วนกลางตรวจสอบความเหมาะสม ก่อนจะสรุปและประกาศใช้ตามกำหนดการต่อไป” นายอัครุตม์ กล่าว และย้ำเพิ่มเติมว่า…
ในส่วนของ การจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของกรมธนารักษ์ นั้น ในปีงบประมาณ 2569 นี้ กรมฯได้มีแผนออกจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึก อาทิ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (20 กันยายน 2568) เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี ราชบัณฑิตยสภา 19 เมษายน 2569

โดยก่อนหน้าการจัดแถลงข่าวถึงผลการดำเนินงานนั้น อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่ได้ จัดกิจกรรม Meet the Press ในคราวเดียวกัน ได้เชิญ ตัวแทนผู้บริหารจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง และสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง มาร่วมรับฟังการนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่และชุมชน พร้อมเชิดชูสถานที่สำคัญ ของดี ของเด่น และอาหารอร่อยในพื้นที่ อีกทั้ง ยังได้ส่งเสริม Soft Power และกระตุ้นการท่องเที่ยวตามนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้ทำการเชิญตัวแทนผู้บริหารจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง มาร่วมในกิจกรรมในลักษณะนี้
สำหรับ การจัดงาน Meet the Press ผู้บริหารพบสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจกระทรวงการคลังในครั้งนี้ ได้ใช้พิพิธบางลำพู ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์จัดงาน โดยสถานที่แห่งนี้ เป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับกรมธนารักษ์ ซึ่งพิพิธบางลำพูแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนที่มีเสน่ห์น่าสัมผัสในย่านเก่าแก่ของกรมธนารักษ์ โดย กรมฯได้นำที่ดินมาใช้เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้อง ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินงานร่วมกับชุมชน เป็นเสมือนกระจกสะท้อนประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ ของย่านบางลำพู ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

“การจัดงานในครั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้นำอาหารและกิจกรรมของชุมชนมาออกร้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสถึงรสชาติเรื่องราว และมนต์เสน่ห์ของบางลำพู พร้อมกับการจุดประกายให้เกิดการทำงานอย่างสร้างสรรค์ในชุมชน นอกจากนี้ พิพิธบางลำพูแห่งนี้จะเป็นการยกระดับพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์ ให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนและหน่วยงานในโอกาสต่าง ๆ อีกทั้ง ยังเป็นต้นแบบนำร่องของการจัดกิจกรรมโครงการพิพิธชวนชิม (Muse’s Table) ที่มีเป้าหมาย ในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าและคุณค่าของพื้นที่พิพิธภัณฑ์ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน นายอัครุตม์ กล่าวสรุป
อย่างไรก็ดี อธิบดีกรมธนารักษ์ ยังได้กล่าวถึงคำขวัญที่ตนได้รังสรรค์ขึ้นมา นอกเหนือจากที่ กรมธนารักษ์ ได้จัดทำ “วิสัยทัศน์และพันธกิจ” เหมือนกับส่วนราชการอื่นๆ ทั่วไป โดยคำ ขวัญประจำกรมธนารักษ์ คือ… “พระคลังงามเลิศ ถิ่นกำเนิดการคลัง ธำรงทรัพย์มีค่า ขับเคลื่อนเงินตรา ราชาที่ดิน ราชินีการประเมิน” ซึ่งกลายเป็นความแตกต่างและเป็น “ต้นแบบใหม่” ให้กับส่วนราชการอื่นๆ ได้พิจารณาดำเนินการต่อไป.














