คต. ลุยดูไบ โชว์ข้าวไทยบนเวที Gulfood 2026 ปูทางดันส่งออกสู่ตลาด UAE

กรมการค้าต่างประเทศ นำคณะพบผู้นำเข้ารายใหญ่ในดูไบ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในงาน Gulfood 2026 ชูคุณภาพ–มาตรฐาน–ข้าวสุขภาพ ตอกย้ำ UAE ฐานตลาดศักยภาพ คาดหนุนยอดส่งออกข้าวไทยปี 2569 โตตามเป้า

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 – 31 มกราคม 2569 กรมฯ ได้จัดคณะผู้แทนนำโดยรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (นางชนินทร หริ่มเจริญ) เดินทางเยือนเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อพบปะหารือและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับผู้นำเข้าข้าวและผู้ค้าข้าว (trader) รายสำคัญใน UAE อาทิ บริษัท Al Rabia Al Food & Beverages Trading L.L.C., บริษัท Ever Spring Industry Limited บริษัท Prima Biz General Trading L.L.C. และบริษัท Modhvadia General Trading LLC ซึ่งเป็นประตูแรกหรือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกระจายสินค้าไทยใน UAE และยังพบหารือกับผู้ประกอบการร้านอาหารไทย Little Bangkok มีสาขาในเมืองดูไบ จำนวน 8 สาขา ซึ่งได้รับตราสัญลักษณ์ Thai Select และใช้ข้าวหอมมะลิไทยในการดำเนินธุรกิจ จากการหารือได้รับทราบว่า

ปัจจุบันอาหารไทยโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทยในเมืองดูไบได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก เป็นผลมาจากการที่ชาว UAE เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับขณะนี้กระแสรักสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมในUAE จึงส่งผลให้ข้าวคุณลักษณะพิเศษโดยเฉพาะข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นข้าวสีของไทยที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการอย่างมากใน UAE อย่างไรก็ดี กรมฯ ได้นำเสนอและประชาสัมพันธ์ว่า ประเทศไทยยังมีข้าวคุณลักษณะพิเศษที่พร้อมสนองต่อความต้องการผู้บริโภคที่รักสุขภาพอย่างข้าวสังข์หยด และข้าวหอมนิล ซึ่งต่างก็มีคุณประโยชน์และน้ำตาลต่ำ และหากต้องการเพิ่มคุณค่าอาจจะนำข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือข้าวคุณลักษณะพิเศษดังกล่าวมาหุงร่วมกับข้าวหอมมะลิไทย เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่ผู้บริโภคในร้านอาหารไทยด้วย

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทย ในงาน Gulfood 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 มกราคม 2569 ณ เมืองดูไบ โดยกรมฯ ได้จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “Think Rice Think Thailand” ภายใน Thailand Pavilion บนพื้นที่ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โซน Pulses/Grain & Cereals ณ Dubai Exhibition Centre (DEC) ทั้งนี้ ภายในคูหากรมฯ ได้จัดแสดงตัวอย่างข้าวไทยหลากหลายชนิด เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความหลากหลาย คุณภาพ และมาตรฐานข้าวไทย พร้อมทั้งได้หุงข้าวหอมมะลิไทย และข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้ผู้เข้าชมงานได้ทดลองชิม ซึ่งได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากและต่างชื่นชอบและชื่นชมในรสชาติ และคุณภาพของข้าวไทย ทั้งในกลุ่มผู้นำเข้า และผู้ประกอบการ โดยตลอดระยะเวลาจัดงานมีผู้เข้าเยี่ยมชมคูหากรมฯ กว่า 500 คน สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้และความสนใจในข้าวไทยในตลาดตะวันออกกลาง

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยเพิ่มเติมว่า UAE เป็นประเทศที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ละปีนำเข้าข้าวจากต่างประเทศประมาณ 804,000 – 1,039,000 ตัน ขณะเดียวกันยังเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์สำคัญของภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีเมืองดูไบเป็นเมืองท่าหลักในการกระจายสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งในและนอกภูมิภาคอย่างแอฟริกา ประกอบกับปัจจุบันกระแสรักสุขภาพใน UAE กำลังเป็นที่นิยม ดังนั้น การจัดคณะผู้แทนกรมฯ เยือนดูไบในครั้งนี้ ช่วยกระตุ้นปริมาณการส่งออกข้าวไทยโดยเฉพาะข้าวคุณลักษณะพิเศษ และข้าวหอมมะลิไทยไปยัง UAE ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดรับกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ในการผลักดันข้าวไทยคุณภาพหรือข้าวพรีเมียมสู่ตลาดโลก ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ปริมาณการส่งออกข้าวไทยในปี 2569 เป็นไปตามเป้าที่คาดว่า 7 ล้านตัน ทั้งนี้ แต่ละปีไทยส่งออกข้าวไป UAE ประมาณ 13,000 – 80,000 ตัน โดยในปี 2568 ไทยส่งออกข้าวไป UAE ประมาณ 26,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 200 ชนิดข้าวไทยที่ส่งออกไป UAE ส่วนใหญ่เป็น ข้าวขาว ข้าวนึ่ง ข้าวหอมมะลิไทย และข้าวหอมไทย ตามลำดับ UAE จึงนับว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าข้าวที่สำคัญของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไปได้ในอนาคต.








