DIP จับมือ ปอศ. ปูพรมกวาดล้างสินค้าปลอม ยึดกว่าหมื่นชิ้น มูลค่า 14.9 ลบ.

กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึกกำลัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรฐกิจ ลุยตรวจห้างดังใน กทม. ควบคู่ตลาดภาคเหนือ–ตะวันออก ครึ่งเดือนแรกปีนี้จับกุม 32 คดี ย้ำไทยไม่ใช่แหล่งค้าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการดำเนินงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ บก.ปอศ. และเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ในการปูพรมเดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยในเดือนแรกของปีนี้ได้ร่วมกันจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ส่วนกลางและภูมิภาคตรวจสกัดสินค้าละเมิดฯ อย่างเข้มข้น แบ่งเป็น (1) ชุดจรยุทธ์ลงตรวจพื้นที่ศูนย์การค้าและย่านการค้าสำคัญในเขตกรุงเทพมหานคร เช่น ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวันและราชเทวี และ (2) ชุดระดมตรวจสอบแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเก็บสินค้าในพื้นที่ภาคเหนือ (พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พะเยา น่าน และเชียงใหม่) และภาคตะวันออก (นครนายก สระแก้ว จันทบุรี ตราด และชลบุรี) เช่น ตลาดโรงเกลือ ตลาดไนท์บาซาร์ ห้างสรรพสินค้าไมค์ชอปปิ้งมอลล์ บริเวณหาดพัทยา เป็นต้น เพื่อสกัดกั้นและตัดตอนแหล่งค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งเน้นพื้นที่เป้าหมายที่เป็นอาคารเก็บสินค้า ย่านการค้า และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ เพื่อป้องกันการกระจายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ว่าไทยไม่ใช่แหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดฯ พร้อมกับรณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวสนับสนุนสินค้าดังกล่าว

โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา (15-31 มกราคม 2569) สามารถจับกุมผู้ต้องหา 25 คน รวม 32 คดี ยึดของกลางจำนวน 11,811 ชิ้น ซึ่งเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง เช่น Chanel, Valentino, Chloe, Louis Vuitton, Hermes, Dior, Gucci, Lancôme, YSL, Adidas, Nike เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทรองเท้า เสื้อ กางเกง กระเป๋า ถุงเท้า น้ำหอม แก้วเก็บความเย็น เครื่องเขียน และโซ่ใบเลื่อย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้บูรณาการการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บก.ปอศ) กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จับกุมดำเนินคดีรวม 1,180 คดี ลดลง 17.37% (จากปี 2567) แต่ได้ของกลาง 3,506,078 ชิ้น เพิ่มขึ้น 24.32% (จากปี 2567)มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,175,736,896 บาท เพิ่มขึ้น 64.10% (จากปี 2567)

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วนไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกรูปแบบ พร้อมเน้นย้ำว่ากรมฯ จะเดินหน้าเฝ้าระวังและปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ในพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านการค้า ศูนย์การค้า และแหล่งท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าและการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นแนวร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง หากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสผ่านทางเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อบริการ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” หรือ แจ้งทางสายด่วน โทร. 1368.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password