แผน 10 ปี กบข. ต้องชนะ ‘เฟ้อ-ดบ.ฝาก’ +2% อัพ!


กบข.คาดปี’69 โลกทำเศรษฐกิจผันผวนแรง? กลายเป็นพิสูจน์ความแกร่งของระบบบริหารกองทุนภาครัฐ “ทรงพล” ย้ำ! เปิดเกมลงทุนระยะยาว ตั้ง Benchmark ใหม่ ในรอบ 10 ปี ชนะ “เงินเฟ้อ – ดอกเบี้ยเงินฝาก” ทั้งปี! ไม่ต่ำกว่า 2% เผย! ปม “เปลี่ยนตัวเลขาฯ” ไม่กระทบแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี
ผ่านพ้นการดำเนินงานในปี 2568 มาแล้ว สำหรับ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ล่าสุด เมื่อช่วงสายวานนี้ (30 ม.ค.2569) นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการ กบข. แถลงผลการดำเนินงานข้างต้น (อ่านข่าวย้อนหลัง…กบข.เผย! ผลตอบแทนกองสมาชิกปี’68 เป็นไปตามคาด – ปรับ SAA รับเศรษฐกิจผันผวน ดันสมาชิกถึงเป้าเกษียณมีสุข https://yutthasartonline.com/investment/154367)
ซึ่งไม่ได้มี “นัยสำคัญ” เฉพาะเพียงตัวเลขผลตอบแทนรายปี หากแต่ยังได้…สะท้อนการ “ตั้งกติกาความสำเร็จใหม่” ของกองทุนบำนาญภาครัฐ ที่ขยับจากการรายงานผลลัพธ์ระยะสั้น ไปสู่การกำหนด Benchmark การลงทุนระยะยาวอย่างเป็นระบบ

เลขาธิการ กบข. ชี้ว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากความไม่แน่นอนของประเทศเศรษฐกิจหลัก และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ กบข. ได้ปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมปรับมุมมองการจัดกลุ่มสินทรัพย์ จากการแบ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและไม่เสี่ยง มาเป็นสินทรัพย์เชิงรุกและเชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตระยะยาว
ผลจากการปรับกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนกองสมาชิกในปี 2568 อยู่ในระดับเป็นไปตามคาด และหลายแผนปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย แผนทองคำให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% ขณะที่ แผนเชิงรุก 65 ทำได้ 8.89% แผนสมดุลตามอายุสำหรับสมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี อยู่ที่ 8.74% และ แผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31%
สะท้อนประสิทธิภาพของการกระจายการลงทุนภายใต้สภาวะตลาดที่ผันผวน!!!
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ เลขาธิการ กบข. เน้นย้ำในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงผลตอบแทนของปีใดปีหนึ่ง แต่คือ “กรอบวัดความสำเร็จ” ของการลงทุนในระยะยาว พร้อมกับระบุว่า เป้าหมายยุทธศาสตร์ของกองทุนคือ การสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยระยะ 10 ปี ที่ต้องชนะทั้งอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก พร้อมมีส่วนเกินไม่น้อยกว่า 2% เพื่อรักษากำลังซื้อและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินบำนาญของสมาชิกอย่างแท้จริง

กรอบ Benchmark ดังกล่าว สะท้อนการยอมรับโดยตรง ที่ว่า หากผลตอบแทนของกองทุนไม่สามารถสร้างส่วนเพิ่มเหนือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในระบบการเงินอย่างเงินฝากธนาคารได้ ก็ย่อมไม่ตอบโจทย์บทบาทของกองทุนบำนาญที่ต้องรับความเสี่ยงแทนสมาชิกในระยะยาว
ในเชิงโครงสร้าง? กบข. ยังรายงานว่า…ปี 2568 สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเป้าหมายเงินก้อนเพียงพอหลังเกษียณในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% สะท้อนผลจากการส่งเสริมให้สมาชิกออมเงินเพิ่มและเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุและเป้าหมายทางการเงินมากขึ้น
“ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 กบข. จะเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ผ่านโครงการนำร่อง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย
(Siver Economy)
รวมถึง กระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
พร้อม พัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีแผนการลงทุนและสินทรัพย์ที่กำหนดผลตอบแทนให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข” นายทรงพล ระบุ

ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของ กบข. ในช่วงรอยต่อปี 2569 ยังถูกจับตาในอีกมิติหนึ่ง นั่นคือ…การ “เปลี่ยนม้ากลางศึก!” ระหว่างการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี โดย นายทรงพล จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 1 มี.ค. ก่อนไปรับตำแหน่งใหม่ (ผอ.ธนาคารออมสิน) ในวันรุ่งขึ้น (2 มี.ค.) และ จะเริ่มหยุดทุกการลงนามอนุมัติ นับแต่ช่วงกลางเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ เพื่อเตรียมส่งมอบงาน
โดยมีกระแสข่าวระบุว่า บอร์ด กบข. ที่มี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็น ประธานฯ ได้แต่ตั้ง นายอาสา อินทรวิชัย รองเลขาธิการและผู้บริหารกลุ่มงานลงทุน…เข้ามานั่งรักษาการแทนฯเป็นการชั่วคราว
ประเด็น การเปลี่ยนตัวเลขาธิการ กบข. นั้น นายทรงพล ย้ำว่า จะไม่ส่งกระทบต่อทิศทางการดำเนินงานขององค์กร เนื่องจาก กบข. ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีที่กำหนดไว้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ บทบาทของ “เลขาธิการ” คือ การอำนวยการให้ทุกฝ่ายดำเนินงานตามกรอบของแผนงานที่ได้วางร่วมกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและโยชน์สูงสุด

สอดรับกับมุมมอง ผู้บริหารระดับสูงของ กบข. ที่ยืนยันว่า…แม้การเปลี่ยนตัวบุคคลอาจมีผลในรายละเอียดเชิงเทคนิค เช่น การถ่วงน้ำหนักการลงทุนในบางช่วง แต่ไม่กระทบเป้าหมายหลักในการชนะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเงินฝากในระยะยาว
บริบทนี้ กบข. จึงถูกมองว่า…ปี 2569 จะเป็น “ปีพิสูจน์ระบบ” มากกว่าเป็น…“ปีแห่งความเสี่ยงเชิงบุคคล!” โดยเฉพาะ ความเสี่ยงในเชิงโครงสร้างการบริหาร การลงทุน และธรรมาภิบาลของ กบข.
ที่สุด! คณะผู้บริหารทุกระดับ…จะสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และนำพาองค์กรไปสู่จุดที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้เป็นอย่างดีและต่อเนื่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
อนึ่ง ปัจจุบัน กบข. ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1.27 ล้านคน และมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิราว 1.49 ล้านล้านบาท การตั้ง Benchmark ที่ชัดเจนว่า…จะต้องสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเงินฝาก พร้อมส่วนเกินเฉลี่ย 2% ในระยะ 10 ปี ไม่เพียงเป็นเป้าหมายการลงทุน หากแต่เป็นกรอบความรับผิดชอบต่อสมาชิกและสังคมในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม!!!.







