ศุลกากรเร่งแก้! ‘สุญญากาศ กม.’ ถั่วเหลืองค้างท่า 6 หมื่นตัน เอกชนเสียวันละล้าน

อธิบดีกรมศุลกากร เร่งหาทางออกตามกรอบกฎหมาย บรรเทาวิกฤต “นำเข้าถั่วเหลือง” หลังประกาศเดิมหมดอายุ ชี้! รัฐบาลรักษาการออกกติกาใหม่ไม่ได้ เผย! มีสินค้าค้าง ท่าเรือแหลมฉบัง กว่า 6 หมื่นตัน ทำเอกชนแบก “ค่าเดมเมอเรจ” วันละล้านบาท ดันความเสียหายพุ่งเกิน 20 ล้านบาท เสี่ยงทะลุอีก 2–3 แสนตัน หากยังไม่คลี่คลาย

วานนี้ (26 มกราคม 2569) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ประชุมหารือกับ สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้นำเข้าและส่งออกระดับบัตรทอง (AEO) และสมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้นำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง หลังเผชิญสภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย

สืบเนื่องจากประกาศเปิดตลาดนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองฉบับเดิม ได้สิ้นสุดอายุลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ในขณะที่ รัฐบาลปัจจุบันอยู่ในสถานะรักษาการ ทำให้เกิดข้อจำกัดทางกฎหมายในการออกประกาศฉบับใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อตรวจปล่อยสินค้าที่สั่งซื้อล่วงหน้าได้
ปัจจุบันมีสินค้าที่รอการปฏิบัติพิธีการอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้วกว่า 60,000 ตัน ส่งผลให้ภาคเอกชนต้องแบกรับภาระ ค่าปรับล่าช้า (Demurrage) จากสายเรือ สูงถึงวันละ 1 ล้านบาท ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายในขณะนี้ พุ่งสูงกว่า 20 ล้านบาท และหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย คาดว่าจะมีสินค้าเข้ามาเพิ่มเติมอีกรวมกว่า 2-3 แสนตัน ซึ่งพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) ที่มีอยู่ไม่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาสินค้าประเภทสินค้าเกษตร
กรมศุลกากร จึงได้เสนอแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น โดยให้ผู้ประกอบการดำเนินการ ถ่ายสินค้าจากเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ลงสู่เรือโป๊ะ เพื่อลอยลำรออยู่กลางทะเล พร้อมจัดให้มีการทำประกันภัยสินค้าตามระเบียบ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรควบคุมการขนถ่ายข้างลำ และคุมเฝ้า ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ทั้งนี้ คาดว่า จะสามารถบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้นำเข้าได้
“เราเข้าใจถึงผลกระทบที่ภาคเอกชนต้องเผชิญ กรมศุลกากรไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามใช้กลไกทางศุลกากรที่มีอยู่เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด” อธิบดีกรมศุลกากร ย้ำ.






