คอนเทนต์ ‘ตัวเลข’ เปลี่ยนวิกฤตพรรค สู่โอกาสการเมือง

การจับสลากหมายเลขพรรค…ไม่ใช่พิธีการ แต่คือ “จุดเริ่มต้น” ของความได้–เสียเปรียบทางการเมืองในการเลือกตั้ง 2569 เมื่อ “เบอร์พรรค” กลายเป็นอาวุธสื่อสาร พรรคที่อ่านเกมคอนเทนต์ขาด ย่อมพลิกความเสียเปรียบเชิงตัวเลข เป็นโอกาสยึดพื้นที่ความจำของประชาชน สร้างแต้มต่อในทางการเมือง
การเปิดรับสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และการจับสลากหมายเลขพรรคการเมือง เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568 อาจดูเป็นเพียง ขั้นตอนทางเทคนิคของการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 แต่ในความเป็นจริง เหตุการณ์นี้คือ “จุดตั้งต้นของความได้–เสียเปรียบเชิงโครงสร้าง” ที่จะส่งผลต่อการสื่อสารทางการเมืองตลอดทั้งสนามเลือกตั้ง
โดยเฉพาะในยุคที่การตัดสินใจของประชาชนจำนวนมาก ไม่ได้อิงกับการอ่านนโยบายเชิงลึก หากแต่อยู่บนพื้นฐานของความคุ้นเคย ความจำ และภาพจำที่ถูกย้ำซ้ำอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้กติกาเลือกตั้งปัจจุบัน บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ใช้หมายเลขที่แตกต่างกัน ผู้สมัคร ส.ส.เขตมีหมายเลขเฉพาะพื้นที่ ขณะที่พรรคการเมืองจะมี “หมายเลขพรรค” สำหรับการเลือกตั้งบัญชีรายชื่อเพียงหมายเลขเดียว ใช้เหมือนกันทั้งประเทศ
นี่เองที่ทำให้ หมายเลขพรรคไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ประกอบบัตรเลือกตั้ง แต่กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ เป็นแบรนด์ทางการเมือง และเป็นตัวเร่งการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในห้วงเวลาสั้น ๆ หน้าคูหา
ผลการจับสลากครั้งนี้ สะท้อนภาพความแตกต่างอย่างชัดเจน!!!
พรรคการเมืองขนาดใหญ่บางพรรคได้หมายเลขตัวเดียว ซึ่งง่ายต่อการจดจำและการสื่อสาร ขณะที่ อีกหลายพรรคต้องเผชิญกับหมายเลขสองหลักช่วงปลาย ซึ่งเพิ่มต้นทุนในการสื่อสารทันทีโดยอัตโนมัติ
พรรคอย่าง พรรคเพื่อไทย ที่ได้ หมายเลข 9 หรือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้ หมายเลข 6 จึงได้เปรียบเชิงจิตวิทยาอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขสั้น เรียกง่าย จำง่าย และสามารถผูกเข้ากับชื่อพรรค ผู้นำ และสโลแกนหาเสียงได้อย่างตรงไปตรงมา
ในขณะที่พรรคอย่าง พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาชน หรือ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้ หมายเลขสองหลัก โดยเฉพาะ เลขช่วงปลาย ต้องเผชิญกับโจทย์เชิงโครงสร้างที่ยากกว่าในการทำให้ประชาชน “จำให้ถูก และจำให้ได้”
อย่างไรก็ตาม การได้หรือเสียเปรียบจากหมายเลขพรรค ไม่ได้เป็นคำตัดสินแพ้–ชนะทางการเมืองแบบเด็ดขาด หากแต่เป็นการกำหนด “ต้นทุนการสื่อสาร” ของแต่ละพรรค เท่านั้น
พรรคที่ได้ หมายเลขสั้น มีต้นทุนต่ำกว่า สามารถทุ่มทรัพยากรไปเน้นเนื้อหา นโยบาย และภาพผู้นำได้มากขึ้น ขณะที่ พรรคที่ได้หมายเลขยาว ต้องนำทรัพยากรจำนวนหนึ่งไปใช้กับการย้ำตัวเลข การสร้างความคุ้นเคย และการลดความสับสนระหว่างหมายเลขเขตกับหมายเลขพรรค
ตรงจุดนี้เองที่ “คอนเทนต์” กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส พรรคที่เสียเปรียบจากตัวเลข หากยังใช้วิธีหาเสียงแบบเดิม ๆ ที่เน้นเพียงป้ายหาเสียง การปราศรัย หรือการบอกเบอร์ซ้ำ ๆ แบบแห้งแล้ง ย่อมเสียเปรียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากพรรคเหล่านี้สามารถออกแบบคอนเทนต์ที่ทำให้หมายเลขพรรคกลายเป็นเรื่องเล่า เป็นสัญลักษณ์ หรือเป็นอัตลักษณ์ทางการเมือง ก็สามารถพลิกจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็งได้
ในยุคดิจิทัล การย้ำเบอร์พรรคไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบการท่องจำแบบตรงไปตรงมาอีกต่อไป หมายเลขสามารถถูกฝังอยู่ในคลิปสั้น อินโฟกราฟิก มุกการเมือง แคมเปญออนไลน์ หรือแม้แต่บทสนทนาในชีวิตประจำวัน
พรรคที่มีฐานผู้สนับสนุนในโลกออนไลน์เข้มแข็ง สามารถทำให้หมายเลขสองหลักที่ดูจำยาก กลายเป็นเลขที่ “สะดุดตาและจำติดหัว” ได้ หากคอนเทนต์มีความสม่ำเสมอและถูกส่งซ้ำในความถี่ที่เหมาะสม
ในอีกด้านหนึ่ง พรรคที่ได้หมายเลขตัวเดียว ก็ใช่ว่า…จะปลอดภัยโดยอัตโนมัติ!!!
หากการสื่อสารขาดเอกภาพ ผู้สมัครเขตต่างคนต่างพูดเบอร์ของตนเอง โดยไม่เชื่อมโยงกับเบอร์พรรค ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างก็อาจถูกกัดกร่อนไปอย่างเงียบ ๆ
หมายเลขที่ดีจะมีพลังได้ ก็ต่อ…เมื่อพรรคสามารถจัดการการสื่อสารทั้งระบบให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ระดับผู้นำพรรค ทีมยุทธศาสตร์ ไปจนถึงผู้สมัครในพื้นที่
การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงสนามแข่งขันของนโยบายหรือบุคลิกผู้นำ เท่านั้น แต่เป็น…สนามแข่งขันของ “ความจำ” และ “การออกแบบการสื่อสาร” อย่างแท้จริง
หมายเลขพรรค คือ โครงสร้างที่ทุกพรรคหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่คอนเทนต์ คือ เครื่องมือที่แต่ละพรรคเลือกใช้ได้อย่างเสรี
ใครอ่านเกมนี้ออกเร็วกว่า ปรับตัวได้เร็วกว่า และยึดพื้นที่ในความทรงจำของประชาชนได้ก่อน ย่อมได้เปรียบในระยะยาว แม้จะเริ่มต้นจากหมายเลขที่ดูเสียเปรียบก็ตาม!!!
สุดท้ายแล้ว เบอร์พรรคอาจถูกจับสลากเพียงครั้งเดียว แต่ความหมายของมันถูกนิยามซ้ำทุกวันผ่านการสื่อสารทางการเมือง พรรคที่เข้าใจความจริงข้อนี้ จะไม่มองหมายเลขเป็นโชคชะตา
หากแต่มองเป็น…โจทย์เชิงกลยุทธ์ และใช้คอนเทนต์เป็นสะพาน เปลี่ยนตัวเลขธรรมดาให้กลายเป็นพลังทางการเมืองที่จับต้องได้จริง!!??.






