วอน ‘รมว.อุตฯ’ ขยับราคารับซื้อไฟฟ้าชีวมวลช่วยผู้ประกอบการ

นายกสมาคมโรงไฟฟ้าชีวมวลฯ ยื่นหนังสือถึง “รมว.อุตสาหกรรม วอนพิจารณาอัตรารับซื้อไฟฟ้าเหมาะสม หลังต้นทุนขยับขึ้น เผย! ไม่ใช่แค่ใบกับยอดอ้อย ยังมีส่วนของข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ใช้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลอีก ย้ำ! ต้องหนุนผู้ประกอบการอยู่ได้ แถมช่วยแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

นางสาวภัทรภร วรามิตร นายกสมาคมโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อเศรษฐกิจชุมชน ยื่นหนังสือถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม โดยมีตัวแทนรับมอบ เพื่อเสนอให้พิจารณาอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่เหมาะสมที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายเอกนัฏ มีมาตรการช่วยเหลือการตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM 2.5 สร้างมูลค่าใบอ้อย ดันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลสู่ Zero waters ฤดูกาลผลิตปี 2567-2568 ซึ่งที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าชีวมวลมีบทบาทสำคัญในการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 และในวันนี้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีการเผากลางแจ้งไม่ได้มีเฉพาะใบอ้อยและยอดอ้อย เท่านั้น

โดยเฉพาะ เรื่องอ้อย กระทรวงอุตสาหกรรมได้ของบประมาณจากรัฐบาลกว่า 7,000 ล้านบาทเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสด 100% สนับสนุนชาวไร่อ้อยให้ตัดอ้อยสดและเพิ่มราคารับซื้อใบและยอดอ้อยเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบด้านพลังงานป้อนโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล โดยนอกจาก ใบอ้อยและยอดอ้อย แล้ว ยังมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ ที่ใช้เป็นวัตถุดิบด้านพลังงานของโรงไฟฟ้าชีวมวล เช่น ฟางข้าว ตอซังข้าว ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง

นายกสมาคมโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อเศรษฐกิจชุมชน กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ ต้องการให้ภาครัฐพิจารณาอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่เหมาะสมที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการต่อได้ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน เคยรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวล หน่วยละ 4.33 บาท แต่เมื่อโรงไฟฟ้าชีวมวลหมดอายุสัมปทาน จะมีการซื้อไฟฟ้าเพียงหน่วยละ 2.28 บาท ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการอยู่ลำบาก ราคาต้นทุนอยู่ที่หน่วยละ 2.50-2.60 บาท เพราะขณะนี้ ใบและยอดอ้อยมีราคาตันละ 1,100 บาท ถ้าภาครัฐยังคงรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลในอัตราหน่วยละ 4.33 บาท ก็จะทำให้เกษตรกรอยู่ได้แบบไม่ลำบาก ซึ่งการรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรลดการเผากลางแจ้ง จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้อีกทางหนึ่งด้วย.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password