ส.เลี้ยงไก่ไข่ ขอขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์ม แบกต้นทุนไม่ไหว

สมาคมเลี้ยงไก่ไข่ ชงพาณิชย์ ขอขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์ม โอดแบกต้นทุนต่อไม่ไหว ไม่ใช่มูลนิธิเลี้ยงต่อก็มีแต่เจ๊ง ด้านผู้ส่งออกข้าว ยอมรับราคาเริ่มขยับตั้งแต่ต้นปี

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2565 ที่ผ่านมา สมาคมได้ยื่นขอปรับขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์มไปยังกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จากปัจจุบันที่จำหน่ายที่ 3.10 บาท/ฟอง ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกับว่า จะปรับขึ้นเป็นฟองละเท่าไหร่ โดยสาเหตุที่ขอปรับขึ้นราคาเนื่องจากแบกรับต้นทุนอาหารสัตว์ ที่ปรับขึ้นรายวันไม่ไหว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาขึ้นไปถึง 13 บาท/ก.ก. และยังเริ่มขาดแคลนได้รับของน้อยกว่าที่สั่ง

“ขณะนี้ต้นทุนไข่ไก่ปรับพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.94 บาท/ฟอง สูงกว่าวันที่ 3 มี.ค.ซึ่งมีต้นทุนอยู่ที่ 2.90 บาท/ฟอง ณ วันที่ 3 มี.ค. ถ้ารัฐยังตรึงราคาไว้ คนเลี้ยงก็มีแต่ตายอย่างเดียว วันนี้เกษตรกรต้องช่วยเหลือตัวเอง ผมได้แนะนำให้เกษตรกรรายเล็กรายย่อยที่ปลดแม่ไก่ เพื่อลดปริมาณการเลี้ยงลง เพราะพวกเราเกษตกรไม่ใช่มูลนิธิ ถ้าเลี้ยงแล้วขาดทุนจะเลี้ยงไปทำไม”

ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงผลกระทบราคาข้าว จากกรณีการสู้รบระหว่างรัสเซีย และยูเครน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลกว่า คาดว่าจะส่งผลทางจิตวิทยาให้ราคาข้าวไทยปรับเพิ่มสูงขึ้นตามธัญพืชตัวอื่นๆเช่นข้าวสาลี แต่คงปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะสต็อกข้าวโลกยังเหลือจำนวนมากในอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าราคาข้าวไทยเริ่มมีการปรับเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 ก่อนเกิดสงครามแล้ว โดยปรับเพิ่มขึ้น 15 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือราว 495 บาท/ตัน คือ ปรับจาก 395 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็น 410 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากไทยส่งออกข้าวได้มากขึ้น เพราะได้ตลาดส่งออกสำคัญอย่างอิรักและอิหร่านคืนมา รวมทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนทำให้ไทยแข่งราคาส่งออกได้ดีกดดันให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้น.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password